หนุ่มใหญ่บอกแม่ค้า จัดทำโรงทานทำบุญวันเกิด ถวายเพลพระ 300 กว่า รูป ก่อนขอยืมเงินแลกใส่ซองสุดท้ายลมแทบจับ

พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตุ้ยบุญมา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งจากนางอัญชลี สุวรรณคิรี อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 87/8 ถนนช่อแฮ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ว่าถูกให้นำอาหารมาเลี้ยงเณร จำนวน 314 รูป  และทำทีขอแลกเงินเพื่อที่จะใส่ซองถวายพระ แต่สุดท้ายกลับโดนหลอกเชิดเงินทั้งที่ทำอาหารมาเลี้ยงพระ อีกทั้งยังขอยืมเงินเพื่อใส่ซองถวายพระ ก่อนเชิดเงินหนีรวมมูลค่าเกือบสองหมื่นบาท

นางอัญชลีฯ เล่าว่า ตนมีอาชีพทำอาหารปรุงสุกแล้วมาขายที่ตลาดชมพูมิ่งทุกวันช่วงตอนเช้าตนก็ออกมาขายกับข้าวตามปกติ จนเวลาประมาณ  07.30 น. แล้วก็มีชายคนหนึ่งวัยกลางคน ชายคนนี้เข้ามาสอบถามราคากับข้าว แต่ละชนิดว่าขายยังไง จากนั้นก็สอบถามราคาอาหารซึ่งตนทำขายเกือบ  10 ชนิด และให้ตนจดราคาไว้ แล้วบอกจะเหมาหมดเลย จะนำไปเลี้ยงพระ ตนก็ถามกลับไปว่าวัดไหนละ เขาก็บอกว่าวัดพระบาทมิ่งเมือง เคยไปไหม  ตนนั้นก็บอกว่าไม่เคยไป ซึ่งขณะนั้นเขาก็ทำท่าโทรศัพท์ติดต่อน้องชาย แต่แล้วก็บอกว่าเขาไม่ว่า คงต้องจ้างสามล้อไปทางด้านชายคนดังกล่าวจะรับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายเอง  ซึ่งช่วงเวลานั้นสามล้อรับจ้างไม่ว่าง ตนเลยนำสามล้อของตัวเองมาส่งเองซึ่งตอนนั้นตนก็ได้ถามค่ากับข้าวเป็นเงินอยู่   10,140 บาท เขาก็บอกว่าเดียวไปจ่ายที่วัดครั้งเดียวเลย

ตนก็ไม่ได้ว่าอะไรเห็นว่ามาทำบุญจึงได้นำอาหารไปส่งที่วัดก็เห็นเขายืนรออยู่ที่วัดแล้ว แล้วก็บอกให้เราไปที่ตึกสีม่วง พอไปถึงก็พูดต่อว่า ให้สามเณรมาช่วยยกของเลย ไม่ต้องเอารถเข้ามาละ มันเข้ายาก ของมันจะหก สามเณรเลยมาช่วยยกของต่าง ๆ ลง ตนก็นั่งคอย แล้วผู้ชายคนนั้นก็มานั่งคุยด้วยเป็นชั่วโมง พอสักพักผู้ชายคนนั้นก็คุยโทรศัพท์ เสร็จ ก็มาพูดกับเราว่า เงินไม่พอใส่ซองให้เณร มีให้ยืมไหม เราก็บอกไปว่ามีอยู่หน่อยหนึ่ง เราคิดว่าเขาจะนำเงินมาให้เราเลย พอนับเงินไปเสร็จแล้ว เราก็ถามว่าเงินละ เขาก็บอกกลับมาว่าเดี๋ยว ๆ เอามาให้พร้อมกับค่ากับข้าวพร้อมกันทีเดียวเลย เราก็ไว้ใจเห็นว่าเขามาทำบุญ เขาก็เดินไปขอถุงกับแม่ครัวเพื่อใส่เงินแล้วเดินออกไป เดี๋ยวจะไปตามคนมาจ่ายตังค์ แล้วก็เดินออกไปเลย ค่ากับข้าวก็ไม่จ่ายเรา ไม่พอยังเอาเงินเราไปอีก รวมทั้งหมดเลยทั้งเงินยืมและค่ากับข้าว ประมาณ หมื่นแปด รอจนคิดว่าน่าจะโดนหลอกแน่นอนแล้วจึงเข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามตัวมา

ทางด้านนางบุญช่วย ใจตาง อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 140 หมู่ 7 ตำบลร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จ.แพร่ เผยว่า วันนี้กลุ่มจิตอาสาบ้านร่องกาศเป็นเวรทำหน้าที่ทำอาหารโรงทานถวายวันนี้  เมื่อมาถึง ก็เห็นอาหารมาพร้อมแล้ว และได้รับแจ้งจากแม่ค้ามาว่ามีคนใจบุญเหมามาเลี้ยง จึงช่วยกันจัดเตจนแล้วเสร็จ พวกตนก็ช่วยดำเนินการที่มาโรงพักเนื่องจากสงสารแม่ค้าที่ต้องสูญเงินค่าอาหารและถูกยืมเงินไปอีก 8 พันบาทคนที่ทำก็เหลือเกินหากินบนความทุกข์ของคนอื่น อีกทั้งยังอ้างมาทำบุญโรงทานกับพระบาปเหลือเกิน

ต่อมา พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ วงศ์อุทัย รองผกก.สส.สภ.เมืองแพร่ พ.ต.ต.สงคราม ม้าเมือง สว.สส.สภ.เมืองแพร่ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองแพร่ นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองแพร่ออกติดตามเบาะสิบแปดมุงกฎรายนี้ โดยได้ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดในตลาดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้และติดตามมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดและนำมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ ยังพบว่า พฤติกรรมลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ด้วยกัน ซึ่งทุกคนในเหตุการณ์ก็ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับที่เคยตกเป็นข่าวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2561 ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีคนถ่ายรูปไว้ได้ และมีการแชร์ข้อมูลจากสมาชิกเฟซบุ๊ก ได้ระบุว่า เป็นเรื่อง เตือนภัย มิจฉาชีพ ที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Tuipuiiz Sistery ซึ่งพบกับเหตุการณ์ที่มิจฉาชีพ มาหลอกให้ทำอาหารเลี้ยงพระ และระหว่างนั้นก็แลกเงินเพื่อที่จะใส่ซองถวายพระ แต่สุดท้ายกลับโดนหลอก เชิดทั้งเงินที่ทำอาหารมาเลี้ยงพระ และเงินที่มาทำทีขอแลกเพื่อใส่ซองถวายพระ ซึ่งรวมแล้วนับหมื่นบาทเลยทีเดียว ทั้งนี้ ยังพบว่า พฤติกรรมลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ด้วยกัน ถือเป็นเรื่องที่เตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลาย ๆ คนอย่างดี

โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก รายดังกล่าว ได้ระบุว่า “เรื่องเกิดขึ้นเช้าวันที่8 ประมาณ 7 โมงเช้า มีคนโทรมาหาแม่ (เจ๊บางส้มตำ) บอกว่าจะเหมาส้มตำไปเลี้ยงเพลพระที่วัดกลางจำนวน150 รูป เนื่องจากมีสามเณรมาเรียน ตอนแรกแม่ปฏิเสธเพราะไม่ได้แจ้งล่วงหน้าและไม่เคยรับงานนอกเลย คือโทรมาตอนเช้าให้ไปเพลตอน 11 โมง แต่คนในสายก็ตื้อ ขอร้องแม่บอกว่าไปให้ผมเถอะ เณรไม่มีอะไรฉันท์

ด้วยความที่สงสารและอยากทำบุญแม่จึงตกลงราคากันอยู่ที่ 8,000 บาท ทั้งส้มตำ 20 กิโล ขนมจีนน้ำยา 2 หม้อใหญ่ พอถึงเวลา 10 โมงเราไปถึงที่วัดเขาก็มายืนรอและโบกรถให้จอดเหมือนคนปกติ เราก็ยกของลงจัดเตรียมเรียบร้อย ระหว่างที่เริ่มตำ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่เครื่องเขา เขาคุยกันเรื่องจะไปซื้อทุเรียนมาเพล จะหาซองมาใส่เงินถวาย คุยกันเตรียมการจะมาเพลกับคนในสาย แล้วจะออกไปรับลูกรับเมียมาที่นี่ ระหว่างที่คุย เขาหันมาถามแม่ว่ามีแบงค์ 20 แลกมั้ยจะเอาใส่ซอง แม่บอกว่าไม่มี มีแต่แบงค์ 100 เขาเลยบอกว่างั้นขอแลกหน่อย มีถึง 5,000 มั้ย แม่บอก” มี “เขาจึงบอกว่าเอามาก่อน เดี๋ยวผมให้ ตอนนั้นไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น และมาในฐานะเจ้าภาพ อีกอย่างเราก็เริ่มทำอาหารแล้วเลยคิดว่าเดี๋ยวเค้าคงให้เงินทีเดียว จากนั้นประมาณ 5 นาที เขาเริ่มคุยโทรศัพท์แล้วเดินไป เดินมา ทำเหมือนจะออกไปรับลูกเมียและรอจังหวะเราเผลอจึงเดินออกไป

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 11.30 น. เขาก็ยังไม่มา เราจึงโทรไปที่เบอร์ที่โทรหาแม่เมื่อเช้า สรุปว่าไม่มีคนรับ เราก็เริ่มใจไม่ดี อาจารย์ที่อยู่ในนั้นก็ได้เดินมาถามว่าเจ้าภาพไปไหนและขอเบอร์ติดต่อเพราะถึงเวลาถวายเพลแล้ว สิ่งที่พีคคือ เบอร์โทรที่ใช้โทรหาแม่เมื่อเช้า คือเบอร์ของอาจารย์คนนี้เอง เขาอ้างว่าโทรศัพท์เขาแบตหมด จึงขอยืมโทรศัพท์อาจารย์โทรสั่งส้มตำ ตอนนั้นทั้งเรา ทั้งอาจารย์ ทั้งพระ และทุกๆคนในนั้นเริ่มใจไม่ดี และเราได้เล่าว่าเขาเอาเงินแม่เราไปด้วย 5,000 หลังจากนั้นทุกคนจึงรู้ว่าถูกหลอกแน่ๆ

ฟังจากอาจารย์ผู้หญิงคนนึงที่เป็นคนถ่ายรูปไว้ได้บอกว่า เขามาที่วัดกลางตอนสายๆวันที่ 7 แจ้งว่าขอถวายเพลพระในวันที่ 8 ทางวัดก็ไม่มีปัญหา จากที่คุยกันเขาค่อนข้างรู้เรื่องของทางวัดกลางและวัดต่างๆใน จ.สุรินทร์ดีมาก รู้ทุกซอกมุม และอ้างว่าอยู่หมู่บ้านเทพธานี บอกว่าชื่อ สมชาย อายุประมาณ 60 ปีได้ รูปร่างท้วมและสูง ลักษณะเด่นคือมีฟันหน้าซี่เดียว

สรุปคือเราเสียหายจากค่าอาหาร 8000+เงินที่เขาเอาไปอีก 5000 รวมเป็นเงิน 13,000 บาท จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่า อย่าไว้ใจใครและอย่าใจดีเกินไป โลกทุกวันนี้มันเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะรู้ได้ “จะทำบุญที่ไหน เมื่อไหร่ เท่าไหร่ก็ทำได้ แต่ต้องไม่ใช่ในรูปแบบนี้ ทำแล้วจิตใจไม่สงบอย่าเรียกว่าทำบุญ”

เรียบเรียงโดย กัญญสร ถิ่นทิพย์ ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดแพร่

เนื้อหายอดนิยม