ดับเพลิงยังแปลกใจ หลังเจอศพครั้งแรก เบนซ์ เมีย บอล บางแก้ว ยิ่งเห็นภาพตรงหน้าชัดๆ เรื่องนี้มีเงื่อนงำ (คลิป)

จากกรณีไฟไหม้บ้านของนายพงษ์เพชร สินสุวรรณ หรือ บอล บางแก้ว อดีตนักร้องดัง คฤหาสน์หรู 2 ชั้น ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยไฟลุกไหม้บริเวณห้องพระชั้น 2 และภายในห้องน้ำพบผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.สุภาณี หรือ เบนซ์ สินอนันต์ตระกูล อายุ 27 ปี เป็นภรรยาของนายพงษ์เพชร ขณะที่ นายบัญญัติ สินอนันต์ตระกูล อายุ 61 ปี พ่อของ น.ส.สุภาณี ไม่เชื่อลูกสาวสำลักควันดับ โดยพ่อของเบนซ์ เข้าแจ้งข้อหาต่อ บอล บางแก้ว ข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต หลังจากคาใจปมเสียชีวิตของลูกสาวว่าอาจจะไม่ได้สำลักควันไฟ แต่น่าจะเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวได้โทรมาบอกว่าถูก บอล บางแก้ว ทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง

โดยพ่อเผยผลชันสูตร น้องเบนซ์ มีรอยฟกช้ำทั่วตัว พร้อมแฉ บอล ชอบเผาของ ขู่ยิง และเคยเอาหินมาปากระจกบ้าน โดยสงสัยพิรุธที่ห้องน้ำ ไม่มีประตูทำไมลูกสาวหนีออกมาไม่ได้ แล้วฝ่ายชายทำไมไม่เข้าไปช่วย

ขณะที่ ตำรวจ สภ.คูคต เผยว่า ขณะเกิดเหตุ บอล อยู่กับพ่อที่ผ่าตัดสมองที่ชั้นล่างของบ้าน ส่วน เบนซ์ แฟนสาว อาบน้ำ อยู่ชั้น 2 ในบ้านมี 8 คน อยู่ข้างล่าง คนในบ้านให้การ ทุกคนอยู่ในบ้านหมด มีเบนซ์คนเดียวอยู่ชั้นบน จนเพลิงลุกไหม้ที่ชั้นบน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาบอก คนข้างล่างพยายามจะขึ้นไป บอล ก็พยายามจะขึ้นไปช่วย แต่สุดท้ายช่วยไม่ได้ เพราะควันจำนวนมาก

สำหรับจุดที่ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม คือ พบว่า ห้องน้ำไม่ได้ปิดประตู ทำไมผู้ตายถึงออกมาไม่ได้ จากการเปิดใจ นายสมพงษ์ เจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิง ที่เข้ามาดับเพลิงในบ้านเกิดเหตุ และเห็นสภาพศพ เบนซ์ ครั้งแรก กล่าวว่า ต้นเพลิงมาจากชั้นบนของบ้าน ห้องนอนใหญ่ ห้องพระ โดยใช้เวลา 20 นาที จึงคุมเพลิงได้ ส่วนที่ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ว่า เบนซ์ สำลักควันจนออกมาไม่ได้ นายสมพงษ์ บอกว่า ตอบไม่ได้

แต่เห็นศพในห้องน้ำ ประตูไม่ได้ปิด นอนเปลือยกายในห้องอาบน้ำ และพบมีโทรศัพท์เปิดแสงไฟเอาไว้ ซึ่ง บอล บอกว่า เบนซ์ อาบน้ำ อยู่ข้างบน แต่ตอนเจ้าหน้าที่ไปพบศพครั้งแรก พบว่าน้ำไม่ได้เปิด ตัวไม่ได้เปียก ถ้าไฟไหม้ แต่ร่างกายไม่มีรอยไหม้ ไม่ถูกไฟคลอก ไม่มีแผลพุพอง ส่วนตัวมองว่าแปลกอย่างหนึ่ง แต่ไม่ทราบรายละเอียด เพลิงไหม้เพียงห้องนอนใหญ่ ที่มีห้องพระ ห้องน้ำ อยู่ ห้องอื่นมีเพียงควัน

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว

เนื้อหายอดนิยม