แท็กซี่หรือโจร สาวลืมมือถือไว้บนรถ คนขับไม่คืนบ่ายเบี่ยง ซ้ำขู่ยิงต่อหน้าเจ้าหน้าที่

ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Patricia Swift ได้โพสเรื่องราวลงเมื่อวันที่24พฤศจิกายน2561เวลา03.53น. ได้พบกับคุณพัทธนันท์หรือมิว พัฒนวิริยากูล อายุ 26 ปี และ คุณรุจาภาหรือ มันนี่ เมธาธนสกุล อายุ26ปี ทั้งคู่ยอมรับว่าคบหาเป็นแฟนกันพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 2 61/13 ถนนสุคนธวิท ตำบลตลาด อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ไปประสบเหตุด้วยกันตามที่ได้โพสต์ลง Facebook

คุณมิว เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ตนเองมีประจำเดือน จะไปซื้อผ้าอนามัยที่โลตัสกระทุ่มแบน จังหวะนั้นมันนี่นอนหลับอยู่ก็ไม่ได้ปลุก เพราะแฟนค่อนข้างมีปัญหาสุขภาพเป็นคนนอนยากเมื่อหยิบกระเป๋าตังค์และโทรศัพท์มือถือได้ก็เดินออกมารอแท็กซี่บริเวณปากซอยสุคนธวิท 20 ขณะนั้นตนเองก็ไม่รู้ตัวว่าคุณมันนี่เดินตามมาจังหวะที่ขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่คุณมันนี่ก็มายื้อยุดเพื่อที่จะถามว่าจะออกไปไหนทำไมไม่บอก ทั้งคุณมันนี่ก็เป็นคนขี้หึงด้วยจึงยื้อกันไปมาเป็นเหตุให้โทรศัพท์มือถือตกอยู่ในรถแท็กซี่ เมื่อไม่พอใจกันก็ได้พากันลงรถแท็กซี่และไม่ได้บอกกับแท็กซี่ว่าจะไม่ไปแล้ว

เมื่อเข้าไปในบ้านก็รู้ตัวว่าโทรศัพท์มือถือหายไปจึงมั่นใจว่าน่าจะหล่นอยู่ในรถแท็กซี่ก็พยายามโทรศัพท์ติดต่อกลับไปภายใน 5 นาที โดยโทรไปทั้งหมด 10 สายแต่คนขับรถแท็กซี่ไม่รับสาย ยืนยันว่าตนเองเปิดเสียงโทรศัพท์ คนขับแท๊กซี่มารับสายอีกทีก็เป็นสายที่ 11 เมื่อรับสายแล้วตนเองก็พูดว่า “พี่คะขอโทรศัพท์คืนด้วยค่ะ” แท็กซี่กลับตอบว่า “โอ๊ยไม่ว่างแล้วตอนนี้อยู่เซ็นทรัลพระราม 2” เป็นน้ำเสียงที่กระแทกแข็งกร้าวดูไม่จริงใจและไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลา 5 นาทีไปได้ไกลถึงเซ็นทรัลพระราม 2 นาทีนั้นแน่ใจแล้วว่าจะได้โทรศัพท์คืนหรือเปล่า ก็พยายามอ้อนวอนบอกไปอีกครั้งว่า “พี่คะพี่จะกลับมาตรงนี้อีกเมื่อไหร่คะ”

ยืนยันว่าไม่ได้พูดหยาบคายใส่คนขับแท็กซี่อย่างแน่นอนเพราะตนไม่รู้จักกันมาก่อนและอยากได้ของคืนยิ่งไม่อยากพูดไม่ดี แท็กซี่กับกูว่า “ไม่รู้เหมือนกันไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่” แล้วพูดอีกว่า “โอ๊ยงั้นมึงไม่ต้องเอาหรอกกู ไม่ใช่ขี้ข้ามึงนะ” จากนั้นก็ปิดเครื่องไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ตนจึงใช้แอปพลิเคชันแจ้งเตือนพร้อมส่งข้อความว่าจะแจ้งความแล้ว หลังจากนั้นไม่นานคนขับรถแท็กซี่ก็โทรกลับมาบอกว่าจะเอาโทรศัพท์มาคืนให้โดยนัดหมายกันบริเวณจุดที่เรียกรถแท็กซี่ จึงเป็นประเด็นขึ้นมา ตนเองคิดว่า แท็กซี่มีจุดประสงค์ต้องการยักยอกทรัพย์ตั้งแต่แรกจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยไปดูแลความปลอดภัยขณะที่นัดรับโทรศัพท์มือถือ สาเหตุที่ต้องตามไปเพราะแท็กซี่คืนโทรศัพท์แล้วไม่พูดคุยให้ชัดเจน ให้แล้วก็รีบขับออกไป จึงตามไปเพื่อให้มาเจรจากันที่สถานีตำรวจ และเกิดการกระทบกระทั่งจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบสวนแล้วแต่ลงบันทึกมีความผิดเบื่อนจากข้อเท็จจริง จากประโยคที่ตนได้โพสต์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความนั้นเป็นในส่วนของการถูกคนขับรถแท็กซี่พูดจาข่มขู่ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า.”ถ้ากูมีปืนกูยิงไปแล้ว ”

ตนประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยตรงนี้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกับพูดว่ามันก็เป็นแค่คำพูดเรื่องมันยังไม่เกิดขึ้นเลย ซึ่งดูเหมือนว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฟังจนเองอธิบายรับฟังแต่ฝ่ายแท็กซี่ข้างเดียว กล่าวทั้งน้ำตาว่า “แทบจะไม่อยากแจ้งความแล้วคิดว่ามันเป็นเวรกรรมที่ตนเอง” ต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆต้องทนเจ็บแผล ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสร็จสิ้นจากนั้นถึงจะไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล และจะแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับรถแท็กซี่ที่ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บและต้อง ชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากการสอนพิเศษเมื่อตนเองได้รับบาดเจ็บก็ไม่สามารถที่จะหอบร่างไปสอนนักเรียนได้ ซึ่งจริงๆแล้วตนเองก็ไม่ได้เป็นคนใจคอโหดร้ายหรือไม่มีน้ำใจ ถ้าพูดกันดีๆก็จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตนพร้อมจะให้อภัยเสมอ หนักกว่านี้ตนเองก็เจอมาแล้ว

โพสต์ดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

เรียบเรียงโดย ชูชาต แดงพยนต์ ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.สมุทรสาคร

เนื้อหายอดนิยม