หนุ่มช่างไฟฟ้าสุดงง ขายรถโอนลอย ถูกจับเป็นแพะ ต้องกู้เงินสู้คดี

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า นายจีรศักดิ์ หาวิเชียร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 321 ม.6 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งนายช่างไฟฟ้าชำนาญการ ทต.โนนทอง อ.หนองเรือ จ.ขอนแกน ได้นำเอกสารหลักฐานซึ่งประกอบด้วยคำพิพากษาของศาลชั้นต้นของศาลอาญา ,เอกสารการซื้อขายรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฏว-8160 กทม., เอกสารการลงเวลาทำงานของข้าราชการประจำ ทต.โนนทอง ภาพถ่ายรถและเอกสารการซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าว ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวที่บ้านพักก่อนที่ศาลชั้นต้นของศาลอาญาจะมีคำพิพากษาจำคุก 12 ปี ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล ตามการยื่นขออุทธรณ์ของศาลอุทธรณ์กลาง นายจีรศักดิ์ หาวิเชียร อายุ 39 ปี นายช่างไฟฟ้าชำนาญการ ประจำ ทต.โนนทอง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้ขายรถยนต์ฮอนด้าซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฏว-8160 กทม.ให้กับเต้นท์รถมือสองในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยเจ้าของร้านได้เดินทางมาซื้อรถที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2557 ซึ่งได้มีการทำสัญญาซื้อ-ขาย อย่างถูกต้อง มีการมอบโอนอำนาจและกรรมสทธิ์ หรือการโอนลอย ตามระเบียบของกมมการขนส่งทางบก จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกับผู้ซื้ออีกเลย เนื่องจากมีการจำหน่ายขาดกันไปแล้ว

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2559 ขณะกำลังเตรียมตัวจะไปทำงานที่ ทต.โนนทอง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามและตำรวจชุดสืบสวน บช.ภ.4 นำหมายจับของศาลอาญา มาทำการจับกุมตัวในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 3 และ 6 มี.ค.2557 โดยถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่กองปราบปราม โดยตนเองนั้นปฎิเสธโดยตลอด ผมงงมากเมื่อตำรวจกองปราบปรามมาที่บ้าน และได้นำหมายศาลมาแจ้ง ซึ่งผมก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี และมีการปฎิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด

โดยมีเอกสารหลักฐานในเรื่องของสัญญาซื้อขายรถ และเอกสารของทางราชการ ทั้งใบลงเวลาทำงาน หรือพยานหลักฐานซึ่งเป็นหัวหน้างาน ว่าในวันที่ 3 มี.ค. และวันที่ 6 มี.ค.2557 นั้นยังคงปฎิบัติงานที่ ทต.โนนทอง ตามปกติ และรถยนต์คันดังกล่าวนั้นได้ขายไปแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีเดียวกัน โดยมีเอกสารหลักฐานต่างๆอย่างถูกต้อง ทั้งหมดได้นำเป็นเอกสารในการประกอบสำนวนการสอบสวน และเอกสารที่ใช้ในการต่อสู้ในชั้นศาล แต่ศาลกลับมีคำพิพากษาจำคุก 12 ปี ร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่นในคดีเดียวกัน และยังคงให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับโจทย์อีกคนละ 150,000 บาท

โดยในวันที่ศาลชั้นต้นของศาลอาญาตัดสินนั้นคือวันที่ 6 มิ.ย.2561 ผม ยังคงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ให้ครอบครัวไปกู้ยืมเงินมาทำการขอประกันตัว แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตโดยระบุว่ากลัวว่าจะหลบหนี จึงทำการขอยื่นประกันตัวอีก 2 ครั้ง ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้ประกันตัวในวงเงิน 400,000 บาท ในวันที่ 7 ส.ค.2561 ซึ่งผมต้องอยู่ในเรือนจำนานกว่า 2 เดือน ซึ่งเป็นการขอประกันตัวในช่วงของการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งหลังจากที่ประกันตัวได้ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร จึงได้แต่เดินหน้าคนเดียวรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพิ่มเติม ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรถยนต์คันที่คนร้ายนำไปใช้ในการก่อเหตุนั้นได้ขายไปแล้ว และเมื่อตรวจสอบไปที่กรมการขนส่งทางบก ก็มีการย้ายกรรมสิทธิ์การครอบครองไปแล้วเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2557 ดังนั้นวันนี้ครอบครัวซึ่งไม่เหลืออะไรแล้ว ต้องไปกู้หนี้ยืมสนมาใช้จ่ายในการสู้คดี จึงตัดสินใจนำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าปรึกษาผู้บังคับบัญชาทุกระดับของ ทต.โนนทอง จนได้ข้อสรุปในการนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องที่ผมต้องตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว และร้องขอต่อศาลในการพิจารณาคดีดังกล่าวตามเอกสารหลักฐานที่เตรียมนำส่งต่อศาลอุทธรณ์กลาง และยังคงไม่รู้ว่าจะต้องไปหาหน่วยงานราชการหน่วยใดในเรื่องที่เกิดขึ้น

นายจีรศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ในวันที่ขึ้นศาลครั้งแรก ตำรวจและทนายความถามว่าผู้ต้องหาในคดีทั้ง 3 คนนั้นรู้จักกันหรือไม่ ผมก็ตอบไปว่าไม่รู้จัก และยังคงยืนยันว่าในวันที่คนร้ายนำรถคันนี้ไปก่อเหตุนั้น ตนเองยังคงทำงานที่ ทต.โนนทอง ซึ่งการให้การปฎิเสธนั้น ตนเองยืนยันมาโดยตลอด ซึ่งหัวหน้างานทุกระดับก็พร้อมที่จะเดินทางไปเป็นพยานบุคคลในวันที่ศาลอุทธรณ์นัดยื่นเอกสารหลักฐานในวันที่ 4 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งขณะนี้ครอบครัวและตนเองนั้นมืดแปดด้าน แต่ยังคงหวังว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมีอยู่จริง รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จะให้ความช่วยเหลือตนเองและครอบครัวในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงนำเรื่องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้

เอกสาร

ผู้เสียหาย

เรียบเรียงโดย นัสฐริกา ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.ขอนแก่น

เนื้อหายอดนิยม