เปิดตำนาน! “หมอดูตาบอดชื่อดัง” ผู้รู้ล่วงหน้า “สึนามิ-9/11” กล่าวชัด “โอบามา” จะเป็นประธานาธิบดีคนสุดท้ายของสหรัฐฯ!!!

gmb

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เราได้เห็นภาพของ “Civil War” หรือ “สงครามกลางเมือง” ที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากความไม่พอใจ และไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งของชาวเมือง ในการที่นายโดนัล ทรัมป์ จะขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา ภาพความรุนแรงที่ปรากฏขึ้นทำให้หลายคนนึกย้อนไปถึงคำทำนายของหญิงชราตาบอด ที่คาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำรากับมีญาณทิพย์ และมีการพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “นายบารัคโอบามา คือประธานาธิบดีคนสุดท้ายของสหรัฐฯ!!”


sdsdsdsd

สำนักข่าว Dailymail ได้ขุดคุ้ย เรื่องราวของ หญิงตาบอดรายนี้มีชื่อว่า Baba Vanga (บาบา วานกา) ชาวบัลเกเรีย นักทำนายผู้ได้ชื่อว่า “นอสตราดามุส แห่งคาบสมุทรบอลข่าน” แน่นอนว่าเธอไม่ได้รับฉายานี้มาด้วยความบังเอิญ เพราะกว่า 85% ของการทำนายของเธอนั้น มันกลายเป็นเรื่องจริง!!!  แม้แต่วันและเวลาที่เธอจะเสียชีวิต เธอก็ได้ทำนายมันไว้หมด โดยเธอเสียชีวิตลงในปี 1996 ด้วยวัย 85 ปี แต่ทว่าเรื่องราวการทำนายของเธอถูกบันทึกไว้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ทำเอาขนหัวลุก….


หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีพิมพ์คำทำนายของเธอ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำเอาหลายล้านคนทั่วโลกต่างคิดว่าเธอคือผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ หรือเธอต้องมีพรายกระซิบที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนดวงตาทั้งสองข้างของเธอเป็นแน่!! เพราะหลายสิ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ 


ในปี 1950 เธอได้ทำนายถึงการเกิดภาวะโลกร้อนที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆของโลก ภูเขาไฟที่หลับใหลจะตื่นฟื้นขึ้นมามีพลัง จะมีคลื่นขนาดใหญ่ ซัดเข้าโจมตีเมืองชายฝั่ง ก่อเกิดความเสียหาย และผู้คนล้มตายจำนวนมาก ซึ่งต่อมาในปี 2004 ได้เกิดแผ่นดินไหวจนมีผลให้เกิดคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ซัดสาดเข้ากวาดล้างเมืองต่างๆแถบคาบสมุทรอินเดีย รวมทั้งประเทศไทย ทำให้เกิดความเสียหายและผู้คนล้มตายจำนวนมาก


ปี 1989 เธอเคยทำนายไว้ว่าจะมี “นกเหล็ก 2 ตัว” เข้าโจมตีชาวอเมริกา ซึ่งภายหลัง ในปี 2001 ได้เกิดเหตุการณ์ โศกนาฏกรรม 9/11 ที่เครื่องบินพาณิชย์โดนผู้ก่อการร้ายก่อเหตุสลัดอากาศบังคับให้บินเข้าพุ่งชนตึกเวิร์ด เทรด เซ็นเตอร์ ในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 11 เดือนกันยายน ปี 2001


อีกคำทำนายจากปี 1989 ที่เป็นจริงแล้วอีกข้อหนึ่งก็คือ การเกิดกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ก่อสงครามกับเหล่าประเทศในยุโรปโดยการนำของชาวมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งได้ปรากฏกลุ่ม ISIS ขึ้นจริงๆ ในปี 2015 – ปัจจุบัน ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงจนมีการคาดการกันว่ามันอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องบานปลายจนไปถึง สงครามโลกครั้งที่ 3 ก็เป็นได้


อีกประการหนึ่งที่แม่นเป๊ะจนขนลุกเกรียวคือ คำทำนายการแตกคอของขั้วอำนาจใหญ่ในประเทศกลุ่ม EU ซึ่งเทียบเคียงได้กับการแยกตัวออกของสหราชอาณาจักร หรือ “Brexit” นั่นเอง


และสิ่งที่เป็นประเด็นร้อนแรงสุดๆของวันนี้คือคำทำนายของเธอเกี่ยวกับการเมืองในสหรัฐฯว่า “สหรัฐฯจะมีประธานาธิบดีคนผิวสี ที่มีเชื้อสาย “แอฟริกัน-อเมริกัน” และเขาจะเป็นประธานาธิบดีคนสุดท้ายของอเมริกา!” ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า ประธานาธิบดีคนที่ 44 นายบารัค โอบามา นั้นมีลักษณะตรงคำทำนายของเธอทุกประการ!!


02

สิ่งที่ทำให้คำทำนายของเธอได้รับการพูดถึงอย่างมากก็คือการ “ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง” ของเหล่านักศึกษาและชาวเมืองทั่วประเทศ ที่ทำการเดินขบวนและโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน (10 พฤศจิกายน) มีการรายงานการชุมนุม เดินขบวน และการรณรงค์ให้ชาวเมืองที่ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับในตัวนายโดนัล ทรัมป์ ออกมาร่วมขบวนคัดค้าน จนเกิดการกระทบกระทั่งกับกลุ่มผู้สนับสนุนนายทรัมป์ จนบางครั้งเกือบจะลุกลามไปจนถึงขั้นการทำร้ายร่างกาย และทรัพย์สินเลยทีเดียว


ภาพของชาวอเมริกาในเมืองต่างๆที่รวบรวมโดยสำนักข่าว CNN ที่สื่อให้เห็นถึงกระแสมวลชนที่ออกมาประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้ง ซึ่งมีความรุนแรงถึงขนาดที่มีการประกาศขอแยกรัฐแคลิฟอเนียร์ออกจากสหรัฐอเมริกา เพื่อปกครองตนเอง ไม่ขึ้นกับนายโดนัล ทรัมป์เลยทีเดียว และยังมีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงในเมืองใหญ่หลายเมือง ทั้ง วอชิงตัน, ชิคาโก, นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส , ซานฟรานซิสโก, แอตแลนตา, นิวออร์ลีนส์ และ บอสตัน ซึ่งไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร หรือประธานาธิบดีคนสุดท้ายจะจบลงที่ยุคสมัยของนาย บารัค โอบามา จริงๆตามคำทำนาย? ก็ต้องคอยติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในสหรัฐอเมริกากันต่อไป

เนื้อหายอดนิยม