อดีตที่ยังไม่คลี่คลาย!! เปิดใจพ.ต.อ.-พ่อนักเรียนเตรียมทหารที่โดนรุ่นพี่6คนซ่อมให้ดื่มน้ำ40ลิตรจนตายเมื่อ11ปีก่อน ‘ทุกวันนี้ก็ยังเจ็บ-ระบบมันดี แต่ตัวบุคคลต้องแก้ไข’

วันที่ 27 พ.ย. ที่บก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ณธีพัฒน์ อังครพงศ์ธิติ ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.5 เปิดใจถึงการสูญเสียลูกชาย ‘นตท.กรัณฑ์ อรชร’ นักเรียนเตรียมชั้นปี 2 โรงเรียนเตรียมทหาร อ.บ้านนา จ.นครนายก หลังโดนนักเรียนเตรียมทหารรุ่นพี่ปี 3 ลงโทษจนเสียชีวิตเมื่อปี 2550 ว่าแม้เวลาจะผ่านมา 11 ปีแล้ว แต่ความเสียใจต่อการจากไปของลูกชายยังไม่จางหาย โดยลูกชายเสียชีวิตจากการธำรงวินัยของรุ่นพี่ชั้นปีที่ 3 จำนวน 6 คน จนเสียชีวิตในโรงเรียนเตรียมทหาร โดยกรณีของลูกชายเสียชีวิตจากการซ่อมหรือธำรงวินัยแน่นอน ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว

“ในช่วงเกิดเหตุไม่ได้ทำร้ายโรงเรียนเตรียมทหารด้วยการให้ข่าวโจมตีหรือวิจารณ์ซ้ำเติม เพราะเข้าใจ ผมก็ทำตามหน้าที่ของพ่อ ส่วนโรงเรียนเตรียมทหารก็ทำตามหน้าที่ ซึ่งผมก็ได้ฟ้องโรงเรียนและรุ่นพี่ทั้ง 6 คน โดยต่อสู้คดีกันมาเกือบ 4 ปี จนสุดท้ายขึ้นศาลและได้แถลงขอปิดคดีไม่ติดใจ ทั้งคดีอาญาและแพ่ง เพราะสงสารภรรยากับลูกชายอีกคนที่จบเป็นนายทหารในปัจจุบัน ไม่ต้องการให้ภรรยาหรือแม่ของลูกชายต้องไปนั่งฟังว่าลูกชายโดนทำอะไรจนเสียชีวิต จึงขอแถลงปิดคดี ส่วนนักเรียรุ่นพี่ทั้ง 6 คนก็ถูกลงโทษตามความผิดไป”

พ.ต.อ.ณธีพัฒน์กล่าวอีกว่า การซ่อมนั้นมีอยู่แล้วในโรงเรียนของตำรวจและทหาร แต่การซ่อมนั้นต้องมีคุณภาพ เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุไม่ใช้ผู้หมวดหรือผู้กอง แต่เป็นนักเรียนรุ่นพี่เป็นผู้ดำเนินการเช่นเดียวกับกรณีของลูกชายและล่าสุดกรณีของน้องเมย เพราะเกิดจากรุ่นพี่ลุแก่อำนาจ คิดว่าเป็นรุ่นพี่จะรวมหัวขึ้นมา 1 กลุ่ม เพื่อดำเนินการซ่อมหรือจวกรุ่นน้อง เหตุที่เกิดขึ้นมาก็จากรุ่นพี่บางคน หากไปเทียบดูแล้วรุ่นพี่เหล่านี้ก็เคยถูกซ่อมหนักๆมาก่อน ส่วนลูกชายของตนทราบว่า หัวโจกก็อยู่กองแพทย์มาตลอด เพราะการฝึกการเรียนต่างๆก็ไม่ไหว ต้องนอนรักษากองแพทย์มาตลอดเลยไม่รู้ขอบเขตของการซ่อมมีแค่ไหน หากทุกคนซ่อมอยู่ในระบบในขอบเขตก็จะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

“การซ่อมแบบปักหัวนั้น ทุกโรงเรียนทุกหลักสูตรการฝึกมีเหมือนกันหมด ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะการซ่อมแบบหมู่หรือซ่อมรวมจะบรรเทากว่าการซ่อมแบบเดียว เพราะคนเดียวต้องทำแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนผมก็เคยให้โรงเรียนมีการกวดขันตรวจสอบจนเกิดเหตุล่าสุด ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำสองหรือมีซ้ำสามขึ้นมาอีก อย่างกรณีน้องเมย หลายคนก็โทรศัพท์มาสอบถาม รวมไปถึงแม่น้องเมย แต่ผมไม่ได้คุยอะไรมาก ได้แต่วิงวอนให้ทุกฝ่ายหยุดแล้วหันหน้ามาคุยกัน เมื่อเกิดเหตุแล้วจะหาทางออกแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่ต่างคนต่างคิดต่างพูดต่างวิจารณ์ในแง่มุมต่างๆ แม้กระทั่งผมก็ไม่ให้ข่าวใดๆ เพราะทุกคนเจ็บแล้ว ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นไปมากกว่านี้”

พ.ต.อ.ณธีพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอวิงวอนให้ทางโรงเรียนและผู้ปกครองหันหน้าคุยกัน เพราะตอนนี้น้องเมยก็เสียไปแล้ว ตนเข้าใจหัวอกของพ่อแม่เป็นอย่างดี เพราะหลังจากสูญเสียลูกชายไป ตนได้ร้องไห้ขณะขับรถไปทำงานตลอด 3-4 ปีถึงจะดีขึ้น หากถามว่าทุกวันนี้เจ็บหรือไม่ ยังเจ็บอยู่ ก็พยายามทำบุญปล่อยว่างไม่คิดมาก ก็วิงวอนไปถึงโรงเรียนระบบดี แต่อยู่ที่ตัวบุคคลจะต้องแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีก

เนื้อหายอดนิยม