อาการนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด พร้อมวิธีแก้ไขอาการแบบไม่ต้องผ่าตัด!!

ปัญหาพื้นฐานที่หลายคนมักจะเจอกับอาการนอนกรนเสียงดัง กรนทีสนั่นลั่นห้อง พาลให้คนที่นอนด้วย นอนไม่หลับเพราะตกใจเสียงกรนกันเลยทีเดียว แถมอาการนอนกรนหากปล่อยเรื้อรังนานๆ จะส่งผลให้เกิดอันตรายถึงชีวิตตามมาอีกด้วย เพราะฉนั้น หากมีวิธีป้องกันได้การที่จะลองทำไว้ก็ไม่เสียหายนะ

อาการนอนกรนแบบอันตราย ที่เป็นสภาวะการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นอาการที่ควรได้รับการแก้ไข โดยลองให้คนใกล้ชิดลองสังเกตดูว่าเวลาเรานอนหลับ มีอาการเหล่านี้ร่วมกับการนอนกรนด้วยหรือไม่

  • นอนกรนเสียงดังกว่าปกติเป็นประจำ 3 วันต่อสัปดาห์
  • มีอาการสำลัก หรือหายใจเฮือกแรงๆ เหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ
  • ไม่สดชื้นหลังจากตื่นนอน และพักผ่อนเพียงพอแล้ว
  • มีอาการหยุดหายใจเป็นพักๆ
  • ตื่นมาปัสสาวะกลางคืนบ่อย
  • ปวดหัวหลังจากตื่นนอนตอนเช้า
  • คอแห้งหลังจากตื่นนอนตอนเช้า
  • หงุดหงิด ก้าวร้าวมีอาการอารมณ์เสียได้ง่าย
  • สมาธิสั้น หรือความจำแย่ลง มีผลต่อการเรียนหรือทำงาน
  • รู้สึกแสบร้อนกลางหน้าอก หรือแน่นคล้ายอาการอาหารไม่ย่อย

หากพบอาการเหล่านี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป ให้ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุของอาการแล้วได้รับการแก้ไขก่อนจะมีผลร้ายให้กับเรา

วิธีแก้อาการนอนกรนในปัจจุบัน มีทั้งทางการแพทย์ที่ใช้การผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดจะช่วยให้เห็นผลได้เร็วกว่าวิธีไม่ผ่าตัดซึ่งจะให้ผลที่ช้ากว่า แต่หากใครไม่มีเวลาหรือค่าใช้จ่ายพอ วันนี้ขอแนะนำวิธีการแก้ไขเบื้องต้น อาจจะใช้เวลาหลายเดือน แต่รับรองว่าเห็นผลแน่นอน

  1. ลดน้ำหนัก อาการนอนกรนอาจจะเกิดจากการมีไขมันมาพอกรอบคอ หรือทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ การลดน้ำหนัก จะช่วยลดไขมันดังกล่าว ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น  และมีอาการนอนกรนน้อยลง
  2. นอนศีรษะสูงเล็กน้อย ประมาณ 30 องศาจากแนวพื้นราบ จะช่วยลดบวมของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้บ้าง และควรนอนตะแคง เพราะการนอนหงายจะทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น  เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก อาจทำได้โดยเอาหมอนข้างมาหนุนที่หลัง หรือใส่ลูกเทนนิสไว้ด้านหลังของเสื้อนอน ทำให้นอนหงายลำบาก
  3.  ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก พ่นวันละครั้งก่อนนอน ซึ่งยาสเตียรอยด์พ่นจมูกจะทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และยังจะช่วยหล่อลื่น ทำให้การสะบัดตัวของเพดานอ่อนและลิ้นไก่น้อยลง ทำให้เสียงกรนเบาลงได้
  4. ออกกำลังกายช่องปาก เป็นการออกกำลังกายในช่องปากด้วยท่าทางต่างๆ ภายในช่องปาก ช่วยให้คอเปิดหายใจได้สะดวกขึ้น ซึ่งวิธีนี้มีผลวิจัยรองรับแล้วว่าได้ผลจริง แต่ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน กว่าจะเห็นผลชัดเจน ซึ่งวิธีการออกกำลังกายช่องปากมีดังนี้
    4.1) เอาปลายลิ้นชนเพดาน และสไลด์ลิ้นไปจนถึงด้านหลัง ทำ 20 ครั้ง4.2) เอาทั้งลิ้นดูดติดกับเพดานบนและกดไว้ ทำ 20 ครั้ง4.3) บังคับลิ้นกดไว้ติดกับพื้นปากด้านล่าง ปลายลิ้นชนฟังล่างด้านหน้า ทำ 20 ครั้ง4.4) ยกเพดานอ่อน และลิ้นไก่ 20 ครั้ง4.5) ใช้กล้ามเนื้อแก้มต้านการเอานิ้วมือเข้าปากตามภาพ 10 ที4.6) พยายามเคี้ยวสองข้างพร้อมๆ กัน กลืนโดยใช้ลิ้น เวลาทานอาหาร

ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีการแต่ละวิธีอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน อาจจะมีคนที่ใช้เวลานานกว่าที่กำหนดไว้ หากได้ลองวิธีเหล่านี้แล้วไม่ดีขึ้น แนะนำว่าควรที่จะไปหาหมอเพื่อเช็คอาการให้แน่ชัดว่าเป็นโรคอื่นแทรกซ้อนทำให้อาการไม่หายไปหรือเปล่า

*ทางผู้จัดทำได้ทำการรวบรวมข้อมูลมาให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์ สาระ และความบันเทิง หากมีข้อมูลใดผิดพลาดทางผู้จัดทำขออภัยไว้ ณ ที่นี้้ด้วย หากมีบทความใดให้ข้อมูลผิดพลาดสามารถแจ้งมาได้ที่แฟนเพจ : ลุงเจิด

เนื้อหายอดนิยม