ฮือฮา! พิธีแกล้งตาย ถูกหมาบ้ากัด พระสวด-ญาติร่ำไห้สมจริง ท้าไม่ตาย แม้ไม่ฉีดยา

ชาวบ้านหว่านไฟเชื่อในพิธีกรรมแก้เคล็ดโบราณทำพิธีประหลาดเผาแก้กลหมาบ้ากัดคนไม่ให้ตาย เพราะในอดีตเคยทำให้คนที่ถูกหมาบ้ากัดในหมู่บ้าน ไม่ต้องไปฉีดยา แต่ก็ไม่เคยมีใครตาย ทั้งที่หมาบ้ากัด ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ซึ่งพิธีกรรมนี้มีเฉพาะของหมู่บ้านนี้หมู่บ้านเดียวเท่านั้นในร้อยเอ็ด

วันนี้ (5 พ.ย.) ที่บริเวนลานกว้าง 4 แยกกลางหมู่บ้าน บ้านหว่านไฟ หมู่ที่ 8 ต.บ้านดู่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด พระครูทราย ชินนะปัญโย เจ้าอาวาสวัดป่าหว่านไฟ นำพระสงฆ์ลูกวัด 5 รูป ร่วมประกอบพิธีกรรม ทำกล เผามาว้อ(หมาบ้า) ด้วยการเผาศพ นายบุญยืน วินทะไชย หรือ เงาะ อายุ 61 ปี ด้วยการขอเชิญครอบครัว ชาวบ้านหว่านไฟ ทั้งชาวบ้านทั่วไป ผู้สูงอายุ และเด็กๆ มาร่วมกิจกรรม นำร่างเป็นๆ นายบุญยืน วินทะไชย หรือเงาะ มำทำพิธีมัดตราสังข์แบบคนตาย คลุมด้วยผ้าขาวม้า แล้วห่อด้วยเสื่อ หามมาจากบ้าน มาทำพิธีแบบเผาคนตายจริงๆ แล้วเชิญชาวบ้าน มาร่วมฌาปนกิจศพ ที่แห่มาวางบนกองฟอนจำลองที่ทำขึ้น ก่อนที่จะทำพิธี มาติกา บังสุกุล ก่อนที่พระครูทราย ชินนะปัญโย เจ้าอาวาสวัดป่าหว่านไฟ จะเป็นประธาน นำพระสงฆ์ลูกวัด และชาวบ้านจุดไฟเผาร่าง นายบุญยืน วินทะไชย หรือ เงาะ แบบจุดไฟจริงๆ ท่ามกลางการร้องห่มร้องไห้ คร่ำครวญ ของครอบครัว ญาติๆและชาวบ้าน ซึ่งตามพิธี กำหนดให้ผีที่ทำเป็นตายจะต้องนอนรอจนไปลุกโหมจนเริ่มไหม้เสื่อ ผ้าที่ห่ม ลามไหม้เสื้อผ้า จนกว่าจะทนไม่ไหว จึงให้รีบลุกขึ้นจากกองไฟ แล้วเข้าไปโกนหัวที่วัดป่าหว่านไฟ แล้วชะล้างร่างกาย ให้พระพรมน้ำมนต์ ผูกแขนให้ และอุปโลก เปลี่ยนชื่อใหม่

โดยพระครูได้กล่าวแก้เคล็ด ว่านายเงาะ ตายไปแล้ว แล้วเปลี่ยนชื่อเล่นใหม่ เป็นนายรอด ก็เป็นอันเสร็จพิธี และให้เดินทางกลับบ้าน เพื่อจัดเลี้ยงอาหารชาวบ้านเพื่อเป็นการฉลองชีวิตใหม่

สำหรับสาเหตุของการที่ต้องจัดกิจกรรมดังกล่าว นายบุญยืน วินทะไชย หรือ เงาะ กล่าวว่า สาเหตุเกิดจาก สุนัขเพศผู้ สีดำ ของตนเอง ที่ชื่อ แมนยู ที่ตนเองเลี้ยงมากว่า 1 ปี ที่เชื่องมาก และใกล้ชิดตนเองมาโดยตลอด และปรากฏว่าเมื่อประมาณ 4-5 วันที่ผ่านมา มีอาการผิดปกติ หางตก น้ำลายยืด และเข้ามางับและข่วนตนเอง ที่แขน และมือ จากนั้น ก็หายไป เมื่อ 3 วันทื่แล้ว ตามหาไม่พบ ต่างจากปกติ ที่ไม่เคยหายไปไหน ทำให้สันนิษฐานว่า อาจะเป็นอาการเริ่มแรกของสุนัขบ้า ทำให้ตนเองไม่สบายใจ จึงได้ปรึกษากันกับครอบครัว ผู้สูงอายุ และ ชาวบ้าน และจึงได้จัดกิจกรรมการแก้เคล็ด ที่เรียกว่า การ ทำกล เผามาว้อ(เผาหมาบ้า) ดังกล่าวขึ้น ตามความเชื่อดั้งเดิมว่า หากใครโดนสุนัขบ้ากัด ข่วน หรือเลีย ให้ประกอบพิธีกรรมดังกล่าวแล้ว จะไม่เป็นบ้า และไม่เสียชีวิต แม้จะโดนกัดก็ตาม

และย้ำว่าตนเองเชื่อมั่นว่า สุนัขของตนเองต้องเป็นบ้า จึงได้วิ่งเตลิดหายไป และเชื่อว่าตนเองจะปลอดภัยจะไม่ตาย โดยนัดว่าให้พิสูจน์ว่า ให้เวลาอีก 20 วัน มาดูอีกครั้ง และมาพิสูจน์ ว่า แม้ตนจะไม่ฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้า ตนเองก็จะยังไม่ตาย

นายสนอง อรรถเสนา อายุ 55 ปี หนึ่งในผู้ร่วมพิธี เชื่อว่าเป็นการแกเคล็ดที่ได้ผล เพราะในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน ตนเองและลูกชายก็โดนสุนัขกัด พร้อมกับชาวบ้าน 9 คน ก็แก้เคล็ดแบบเดียวกัน คือแกล้งตายแล้วประกอบพิธี เผาแบบนี้วันละคน ด้วยการทำกล เผาหมาว้อ มาแก้ปัญหา ซึ่งทุกคนไม่ต้องฉีดยา ก็ไม่มีใครตาย และก็มีชีวิตรอดมาจนทุกวันนี้ จึงมีการยึดถือ สืบทอดกันมา ซึ่งพิธีกรรมนี้ไม่เพียงใช้ได้แต่กับคนเท่านั้น แม้แต่สัตว์เลี้ยง สุนัข วัว ควาย ก็ใช้ได้ และหายมาแล้วเช่นกัน แต่พิธีกรรมนี้ ก็ไม่เกิดเรื่องและไม่มีพิธีกรรมแบบนี้มากว่า 20 ปีแล้ว พิธีกรรมนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งหมู่บ้าน มากว่า 200 ปี แล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่า ยังคงศักดิ์สิทธิ์ และใช้ได้ผล

ในขณะที่นายกิตติพล แสงชมพู อายุ 57 ปี กล่าวว่า ตนเองเคยเป็น เคยเห็น เคยเลี่ยงสุนัข และเคยโดนสุนัขกัด แล้วก็เผาหรอกแบบนื้ แล้วเมื่อ 40 ปีก่อน และก็รอดตายมาแล้ว โดยไม่ต้องฉีดยา แต่พิธีกรรมนื้หายไปนานแล้ว เพิ่งจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่มีการพิธีกรรมแบบเก่าขึ้นมาอีกครั้งในครั้งนี้ และทุกคนก็ยังเชื่อมั่นว่า พิธีกรรมเก่าแก่ ที่ไม่มีที่ไหนมีในร้อยเอ็ด ในภาคอีสาน และในโลก และมีเพียงหมู่บ้านกว่านไฟเท่านั้น จะยังคงมีความขลังและใช้การได้

กล่าวว่า ตนตัดสินไม่ได้ว่าจะหายหรือแก้ได้ เพราะตนเพียงแต่ได้ยินมา และชาวบ้านก็มีความเชื่อว่า ทำแล้วหาย ก็รับนิมนต์ ไปประกอบพิธี ตามที่ตนเองก็เพียงแต่ได้ยิน และทราบว่า บรรพบุรุษก็เคยทำกะชันมา ซึ่งตนเองก็เชื่อ เพราะเห็นจริง และแม้จะไม่เห็นทั้งหมด แต่ก็ทราบว่า ร้อยละ 99 ก็ไม่มีใครตายเพราะพิษสุนัขบ้า มาก่อน จึงเชื่อว่าการทำเป็นแกล้งตาย ทำกล เผามาว้อ สามารถแก้ได้จริงๆ

ส่วนการที่สุนัขจะบ้านหรือไม่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะหาสุนัขไม่เจอ ซึ่งอาจจะบ้าก็ได้ และเมื่อชาวบ้านเห็นว่าทำแล้วสบายใจก็รับนิมนต์ ไปช่วยเหลือ เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน

เนื้อหายอดนิยม