“โหรหลวง” มองประเทศไทยหลังผ่าน 2 พระราชพิธีสำคัญที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้ เผยบ้านเมืองจะเป็นเช่นนี้หลังเสร็จสิ้นพิธี ??

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พระครูสุริยาเทเวศร์ พระครูพราหมณ์ สำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง ได้เปิดเผยว่า ในความเห็นส่วนตัวมองว่า ประเทศไทยหลังจากที่ได้ผ่านพ้น 2 พระราชพิธีสำคัญ กำลังใจของคนไทยทั้งหมดจะทำให้บ้านเมืองพัฒนาขึ้นไป

ส่วนดวงบ้านเมืองหลังจากนั้นมันอยู่ที่ศรัทธา การปฏิบัติตามหลักธรรมะ กุศลผลบุญที่ได้จะมีหลักว่า เมื่อทุกคนได้เสียสละให้กับองค์สมมุติเทพแล้ว เหมือนคนไทยมีศูนย์รวมจิตใจ ทุกอย่างที่เคยถูกบดบังจะสว่างขึ้น บ้านเมืองจะเป็นปึกแผ่น เวลานี้คือยังอยู่กับที่ ไม่เดินหน้าและไม่ถอยหลัง


และทั้งนี้ใกล้ก็วันมหามงคลที่พสกนิกรชาวไทยสุดปลื้มปีติ เพราะเป็นวันเฉลิมพระชนม พรรษาครั้งแรกหลังจากพระองค์ขึ้นทรงราชย์ เป็นรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559สืบราชสันตติวงศ์ต่อจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559

ในห้วงที่คนไทยโศกเศร้าใจหายกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ ต่อการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 การขึ้นทรงราชย์ของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงเปรียบเสมือนเป็นน้ำทิพย์ชโลมหัวใจ ยังความปลาบปลื้มแก่ปวงพสกนิกรทั้งมวลทรงเป็นมิ่งขวัญ ของคนไทยทั้งประเทศ..!

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชดำรัส ตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญขึ้นทรงราชย์ ความว่า

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร

และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพระองค์ที่จะสืบทอดพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

เมื่อพระองค์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ได้ทรงทุ่มเทปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงสานต่อโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 กว่า 4,000 โครงการ เพื่อความผาสุกแก่ประชาชนชาวไทย ทรงสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 20 เมื่อในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 และพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ พระราชทานถุงยังชีพไปแจกจ่ายบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฎร ที่ประสบอุทกภัยต่างๆ และพระราชทานแนวทางแก่รัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน

รวมทั้งทรงห่วงใยปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ กทม. โปรดเกล้าฯให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ ร่วมกับส่วนราชการและจิตอาสา เก็บผักตบชวาและสิ่งกีดขวางออกจากลำคลองต่างๆ เพื่อช่วยในการระบายน้ำ

 

พระราชประวัติ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (พระราชสมภพ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495) เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นทรงราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เวลา 17:45 น.

มีพระเชษฐภคินี คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐภคินีสองพระองค์คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

การศึกษา
ตั้งแต่ พ.ศ. 2499 จนถึง พ.ศ. 2505 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงสำเร็จการศึกษาขั้นต้นในระดับอนุบาล รุ่นที่ 2 จากโรงเรียนจิตรลดา แล้วจึงเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด แคว้นซัสเซกส์ และศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลฟิลด์ แคว้นซอมเมอร์เซทประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 จนถึง พ.ศ. 2513 หลังจากนั้น ทรงศึกษาต่อวิชาทหารที่โรงเรียนคิงส์สกูล ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เสร็จแล้ว ทรงการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสาขาอักษรศาสตร์ (ด้านการทหาร) จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ. 2519

เมื่อนิวัติประเทศไทยทรงรับราชการทหารแล้วทรงศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 46 เมื่อ พ.ศ. 2520 ทรงเข้าศึกษาในสาขาวิชานิติศาสตร์ รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ. 2525 ทรงสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) และ พ.ศ. 2533 ทรงได้รับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักร พระองค์เคยตรัสว่า เคยประสบปัญหาผลการเรียนที่ไม่น่าพึงใจ อันเป็นผลจากการที่ทรงถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม

ทรงราชย์

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นที่คาดหมายว่าพระองค์จะสืบราชสมบัติต่อ ทั้งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่า จะเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่แต่ทรงขอผ่อนผัน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์โดยตำแหน่งไปพลางก่อน

จนกระทั่งวันที่ 29 พฤศจิกายน สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้จัดประชุมวาระพิเศษ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แจ้งหนังสือหนังสือด่วนที่สุดที่ นร.0503/44549 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ที่ได้รับจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้แก่ที่ประชุมเพื่อรับทราบ ก่อนอัญเชิญพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ และพระองค์ได้ทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์ จากนั้นวันที่ 1 ธันวาคม จึงพระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประมุขฝ่ายบริหาร และวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา ประมุขฝ่ายตุลาการ เข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ได้กราบบังคมทูลเชิญขึ้นสืบราชสมบัติ จากนั้นพระองค์มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า

ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ว่าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง

 

เนื้อหายอดนิยม