จำได้ไหม ปอยฝ้าย มาลัยพร ล่าสุดเผยชีวิตช่วงบำบัด ถูกล่ามโซ่ในห้องสี่เหลี่ยม

หายหน้าหายตาจากวางการเพลงไปนานแสนนาน สำหรับศิลปินที่ หลายๆคนน่าจะพอรู่จัก ปอยฝ้าย มาลัยพร หลายคนรู้จักในฐานะตลกชื่อดังจากวงเสียอิสาน มีผลงานเพลงและได้ชื่อว่าเป็นขวัญใจคนอีสานแทบทุกคนเลยก็ว่าได้ เช่นเพลง มันต้องถอน ที่ดังระเบิด ละเบ๋อ มากใช่ช่วงนั้น ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

คนติดภาพว่าพี่เป็นกะเทย?

ปอยฝ้าย : “ไม่ซีเรียส เพราะมันคือการแสดง บางครั้งก็สังเกตตัวเองว่าเป็นหรือเปล่า นอนกับผู้ชายหล่อๆ เราก็ไม่มีความรู้สึกที่ว่าจะไปจับอะไรเขา เห็นผู้หญิงก็ยังชอบผู้หญิงอยู่”

แล้วอาการติดเหล้า จริงหรือไม่จริง?

ปอยฝ้าย : “ติดจริงครับ ตอนร้องเพลง มันต้องถอน มันทำให้มีชื่อเสียง และจะทำให้ไม่มีชื่อ เพราะติดเหล้าจริง แต่ตอนนั้นยังไม่ติด แต่ก็กินนะ กินมาประมาณ 20 ปีติดจริงๆ ประมาณ 7 ปี มันหยุดไม่ได้ หยุดมันจะเก้อๆ กังๆ มือสั่น ทำอะไรก็ไม่มั่นใจ คือตื่นมาต้องถอน ตื่นมาต้องกินเลย คิดถึงเหล้าเป็นอันดับแรก”

เริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

ปอยฝ้าย : “ประมาณอายุ 20 ปี ถามว่าเลิกได้หรือยัง ตอนนี้เป็นผู้ป่วยอยู่ ทุกวันนี้ต้องไปหาหมอ มียากิน คุณหมอเขาบอกว่าถึงแม้เลิกได้ก็อย่าประมาท ต้องระวังตัวเองตลอดเวลา มีผลข้างเคียงกับร่างกายเต็มๆ เลย ตับอักเสบ แล้วสมองเบลอ พูดช้า รับมุกเล่นตลกอะไรก็เบลอไปหมด”

มีคนไปดูคอนเสิร์ตพี่เขาบอก มีบางงานที่พี่ทำงานไม่ได้เลย?

ปอยฝ้าย : ผมภูมิใจตัวเองมาก ตายในหน้าที่ ตายหน้าเวที คือผมร้องเพลงท่อนสุดท้ายล้มลงเลย ทุกคนตบมือคิดว่าเล่นเหมือน นักดนตรีรีบลงมาอุ้มผมกลับหลังเวที ตอนนั้นรู้ว่าตัวเองไม่ไหวแล้วมันวูบ”

พี่เก็บพ้อยท์โรงพยาบาลหมดทุกโรงพยาบาลที่พี่ไปเล่นคอนเสิร์ตจริงเหรอ?

ปอยฝ้าย : “อย่าว่าแต่โรงพยาบาล ตามอนามัยตามตำบลก็ต้องไปเข้ากลูโคส ร่างกายมันไม่มีน้ำตาล คือไปให้น้ำเกลือตามโรงพยาบาล อนามัยทั้งหมดประมาณ 40-50 ที่เห็นจะได้”

เห็นว่าดื่มหนักจนตาอักเสบ?

ปอยฝ้าย : “ตาเหลือง เหลืองทั้งตัว ตอนนั้นถ้าไม่ได้โรงพยาบาลที่ดีหน่อยคงไม่รอด บางครั้งถึงกับอ้วกเป็นเลือด ผมไปคอนเสิร์ตที่ลาวก็ไปน็อกกลางวัน เพราะหาซื้อเหล้าที่เราเคยกินไม่ได้ เหล้าขาวเราต้มผมก็เอามาดื่มทีนี้อ้วกออกมาเป็นเลือด ช่วงที่ตาเหลือง พักฟื้นประมาณ 4-5 เดือน ก็กลับมาดื่มอีก เริ่มจากคำว่านิดหน่อยไม่เป็นไร”

ไม่กลัวตายเลยเหรอ?

ปอยฝ้าย : “ก็กลัวนะถ้าถึงเวลา แต่มันยังไงไม่รู้เพราะว่าด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ ด้วยสังคมที่เราอยู่งานที่เราทำ”

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราเลิกได้จริงๆ เกี่ยวกับอาการป่วยหรือว่าเกี่ยวกับภรรยา?

ปอยฝ้าย : เกี่ยวทั้งสองอย่าง ทั้งหนี้สิน ทุกอย่างรวมกัน คือพอเราดื่มมันเป็นปัญหาเดิมๆ คือรู้สึกว่างานด่วนมันจะเข้ามาทันที เราต้องพร้อมเสมอ

แล้วประเด็นสำคัญเลยถ้าพี่ไม่เลิกภรรยาจะเลิกกับพี่?

ปอยฝ้าย : “ใช่ครับ ผมคิดว่าถ้าภรรยาเลิกเรายิ่งจะต้องกินหนัก สุขภาพจิตอีก หลายๆ อย่างมันจะตามมา เขาบอกว่าถ้าคุณไม่เปลี่ยนฉันไม่อยู่ด้วยแล้วนะ แต่เขาก็ดีนะ พยายามเข้าใจ เขาเป็นผู้หญิงต้องไปซื้อเหล้าให้แฟน”

พี่เคยขู่ถ้าไม่ไปซื้อเหล้าจะเอามีดปาดคอตัวเอง?

ปอยฝ้าย : “เคยครับ คืออตอนนั้นเป็นช่วงเราเมา แต่มันยังสลึมสลือ แบบอารมณ์คนเมาถ้าดีใจมันจะมันก็จะดีหลายเท่า ถ้าโกรธมันก็โกรธหลายเท่า”

พอตัดสินใจจะเลิกมันยากมั้ย สำหรับคนที่ติดหนัก?

ปอยฝ้าย : “ยากนะครับ ขั้นแรกก็ต้องถามใจตัวเองก่อน มองลึกๆ หาข้อดีของตัวเอง เราก็ทำมาเยอะ เราจะมาตายเพราะเอาน้ำเข้าปากเหรอ ต้องหาทางออกให้ได้ ก้ค้นหาในเว็บที่บำบัดเลยตัดสินใจเลิกตอนนี้เลิกมาได้เกือบ 2 ปีแล้วครับ”

ขั้นตอนในการเลิกเห็นว่าไปเลิกที่วัด ล่ามโซ่ด้วย?

ปอยฝ้าย : “ครับ คือหักดิบ เป็นสถานที่เลิกยาเสพติดหนักๆ เลย อันนี้ผมสมัครใจไปเอง ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ อย่างน้อยสิ่งที่เราได้ก็คือดูโทษของมัน พอไปถึงที่วัดก็จะเป็นห้องสี่เหลี่ยม เป็นกรงแบบใส่โซ่เลย เห็นครั้งแรกก็ตกใจอยู่ แต่ก็คิดในใจเอาวะ ก็ทำทุกอย่างเหมือนคนอื่น เขามีหมอนให้ แต่ก็มีคนนอนก่อน นอนหลังอีก เหมือนในหนังเลย เหมือนนักโทษ ห้องน้ำก็นั่งเรียงกัน รสชาติเหมือนในห้องขังเลยที่ต้องล่ามโซ่ก็เพราะต้องทำเหมือนเพื่อน ตอนเย็นก็มานั่งเช็ดโซ่ ก็มีคิดว่าตัวเองมาทำอะไร นี่มาเลิกเหล้านะ”

เขาบอกเหตุผลเรามั้ย ทำไมต้องล่ามโซ่ หรือว่าเราคลุ้มคลั่ง?

ปอยฝ้าย : ไม่ครับ เราต้องทำตามระเบียบในห้องนั้น ต้องทำเหมือนเพื่อน คนที่ติดยาหนักๆ เขาก็เอาไปแยกเดี่ยวก่อน ช่วงที่ผมไปเลิกเหล้ามีแค่ 3 คน นอกนั้นก็เป็นยาเสพติด ถามว่าคุ้มคลั่งมั้ย ผมว่าเหล้านี่ไม่แพ้ยาเสพติดชนิดอื่นนะครับ เพราะทรมานมาก ผมอยู่ที่นั่นเดือนนึง ที่ทรมานก็ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ตอนนั้นเหล้าเราลืมง่ายเพราะเราไม่เคยอยู่ในสถานที่อย่างนั้น

มันเหมือนในหนังมั้ยที่เราจะคลุ้มคลั่ง?

ปอยฝ้าย : “ผมไม่ถึงขนาดนั้น ผมแค่อ้วก ไม่ถึงขั้นช็อกหรือชักกระตุก พอกลับบ้านมานี่อ้วนเลย เลิกสัก 4-5 เดือนก็เริ่มกลับมากินทีละนิดหน่อย เริ่มจากทีละกระป๋องแล้วกลับมาติดอีกรอบ ครั้งนี้ต้องเข้าโรงพยาบาล เข้าสถานบำบัดอย่างเดียว”

อาการเป็นยังไง?

ปอยฝ้าย : “ผมเป็นคนป่วยนอก เราไม่ถึงต้องไปนอนก็มียา ฉีดยา ไปครั้งแรกฉีดยาบำรุง 7 วัน แล้วก็มียากิน ช่วยคลายเครียด”

แล้วพี่มีลูกมั้ย?

ปอยฝ้าย : “ไม่มีครับ มันเกี่ยวกับการติดเหล้าโดยตรง ร่างกายไม่สมบูรณ์น้ำเชื้ออ่อน”

มีคนบอกว่าเซ็กเสื่อมหรือเปล่า?

ปอยฝ้าย : “ไม่ค่อยเสื่อมนะ แต่น้ำเชื้อไม่แข็งแรง ส่วนภรรยาอยากมีนะ แต่ตอนนี้เขาไม่ซีเรียสแล้ว ก็ช่วยดูแลกันไป 2 คน”

เนื้อหายอดนิยม