อาหารอีสานหาทานยาก!! เผยวิธีทำ ‘ลาบเทา’ หรือ ‘ลาบสาหร่ายน้ำจืด’ ทำง่ายได้ประโยชน์เพียบ!! (คลิป)

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนไทยทางภาคอีสานนั้นมีเมนูเด็ดที่หากินได้ยากมาก นั้นก็คือ ลาบเทา หรือ ลาบสาหร่ายน้ำจืด ด้วยความที่ เทา หรือ สาหร่ายน้ำจืด นั้นมักจะเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำที่สะอาดจึงทำให้หาทานได้ยากเพราะทุกวันนี้แหล่งน้ำธรรมชาติก็ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ หากใครได้กินเป็นต้องติดใจแน่ พร้อมทั้งได้รับประโยชน์ทางด้านโภชนาการเพียบ

เทา คือ Spirogyra สไปโรไจรา เป็นสาหร่ายที่ชอบขึ้นในน้ำจืดที่สะอาดทั้งน้ำนิ่ง และน้ำไหลเอื่อยๆ มีสีเขียวเป็นเส้นกลมยาวขนาดเล็กพันกันเป็นเกลียวนิ่มลื่นมือพบได้ในแหล่งน้ำภาคเหนือและอิสานเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า เทา หรือผักไกนิยมนำมาบริโภคในรูปผักจิ้มน้ำพริก ทำลาบ และมีรายงานว่าเป็นสาหร่ายที่นิยมบริโภคในประเทศพม่า เวียตนามและอินเดียด้วย

คุณค่าทางโภชนาการโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้งประกอบด้วยโปรตีน 18.63-23.76% ไขมัน 2.86-5.21% คาร์โบไฮเดรต 53.98-56.31% เส้นใย 6.24-7.66% และเถ้า 11.78%

       วิธีทำ ลาบเทา

       1. ตัดเทาเป็นท่อน นำไปลวกในน้ำร้อน ซึ่งในน้ำลวกนั้นปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า น้ำปลา เกลือ แล้วตักขึ้นพักไว้

       2. นำหอยและปลาที่ต้มแล้วแกะเอาแต่เนื้อคลุกเคล้ากับเทาที่ลวกแล้วจึงใส่ผักที่เตรียมไว้ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำปลาร้า ชิมรสตามต้องการ

คลุกเคล้าให้เข้ากัน

เติมพริกลงไป

น่าอร่อยมาก

ตั้งวงกินด้วยกัน

ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคกระเพาะ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด และความไม่สมดุลในร่างกาย

ในประเทศฝรั่งเศส ได้ทดลองใช้ ธาตุแมกนีเซียมในคลอโรฟิลล์ ในสาหร่าย ในการรักษาบาดแผล มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อป้องกันการเกิดของแบคทีเรียและช่วยสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ด้วย

คลอโรฟิลล์ในสาหร่ายมีโครงสร้างเหมือนสารสีแดงในเลือด (hemo-globin) นักวิทยาศาสตร์จึงแนะนำให้ใช้คลอโรฟิลล์รักษาโรคโลหิตจาง สาหร่ายบางชนิดสารปฏิชีวนะซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์

ไปชมคลิปกันเลยค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : Sillapakam SanDay

เนื้อหายอดนิยม