ผมเคยทำงานร่วมกับเขา !! อ.อดัม โพสต์ถึง จ.อ.สมาน รู้เลยเขาเป็นคนยังไง!!

จากกรณีที่ จ.อ.สมาน กุนันนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งเป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี ปกติเป็นจนท.ตระเวนระงับเหตุฝ่าย รปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บ.ท่าอากาศยานไทย ที่ได้ร่วมภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมีซึ่งเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและโค้ช 12 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวง โดยได้รับภารกิจวันที่ 5 ก.ค. 61 ให้ลำเลียงขวดอากาศ จากโถง3 ไปยังจุดต่างๆ บริเวณสามแยก เริ่มดำน้ำเมื่อเวลา 20.37 น. เมื่อเสร็จภารกิจ ขณะดำน้ำกลับ ได้หมดสติในน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาล(CPR) แต่ไม่ได้สติจึงนำกลับมายังโถงสามเพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้งแต่ จ.อ.สมาน ก็ไม่ได้สติและเสียชีวิตลงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 6 ก.ค. 61 จึงได้นำพาร่างออกมาถึงหน้าถ้ำและส่งไปยัง ร.พ.ค่าย

ล่าสุด ในเพจเฟซบุ๊ก “อาจารย์อดัม” ซึ่งเป็นของ อดัม แบรดชอว์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ชาวสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องราวของ อ.สมาน กุนันโดยระบุว่า “ผมเคยมีโอกาสได้ทำงานกับ จ.อ. สมาน สมัยที่ผมเคยรับงาน MC ตามงานกีฬามาราธอนต่าง ๆ พี่เค้าเก่งสุด ๆ และเป็นแชมป์หลายครั้งแต่ก็ยังถ่อมตน ติดดินและเป็นมิตรมากครับ  He was a very humble, down-to-earth, and friendly person. ดีใจที่ได้รู้จักพี่เค้า ขอบคุณที่ช่วยในภารกิจของถ้ำหลวงนี้นะครับ ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ จ.อ. สมาน กุนัน นะครับ
My condolences are with Samarn’s family. หลับให้สบายนะครับ May he rest in peace.”

โพสต์ดังกล่าว

วีรบุรุษผู้เสียสละ

จ.อ. สมาน กุนัน

ขณะที่ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า ได้รับรายงานรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน อายุ 38 ปี อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ หรืออดีตหนวยซีลที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย แล้ว

ส่วนด้าน พล.อ ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี  และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุมบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล ที่ ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (6 กค.2561) เกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของอดีตหน่วยซีล ระหว่างการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ยังติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย ว่า เราก็พยายามทำอยู่ แต่การเสียชีวิตครั้งนี้ เกิดจากที่เขาเป็นลมระหว่างที่อยู่ใต้น้ำ  โดยผู้ตายเป็นทหารเรือที่ลาออกไปทำงานอยู่ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และอาสาสมัครมาช่วยเหลือในปฎิบัติการ

“เราเสียใจกับครอบครัวด้วยนะหน่วยซีลก็ไม่เป็นไรเขาทำอยู่แล้ว อันนี้อาจจะร่างกายไม่แข็งแรงพอ แต่ก็เป็นลมไป เราเสียใจด้วย เพราะเขาอาสาสมัครมาช่วยส่งถัง ตัวเขาเองไม่คิดว่าจะเป็นลม ”

ต่อข้อถามว่า การสูญเสียจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ พล.อ ประวิตร กล่าวว่า หน่วยซีลพวกนั้นเขาแข็งแรงอยู่แล้ว เราให้กำลังใจเขาอยู่ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตราการพิเศษเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียอีกหรือไม่ พล.อ ประวิตร กล่าวว่า เขาใช้มาตราการทุกอย่างอยู่แล้ว ความสูญเสียนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่ความสูญเสียเป็นกลุ่ม ร่างกายอาจมีปัญหา มีโรคประจำตัว คงต้องไปตรวจสอบดูก่อน กรณีนี้ไม่ใช่สูญเสียที10-20 คน เป็นเรื่องบุคคล เพราะการทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้อาสาสมัครที่จะเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือ13ชีวิตจะต้องมีการตรวจสอบสุขภาพก่อนหรือไม่ พล.อ ประวิตร กล่าวว่า เขาเป็นหน่วยซีลเก่า เขาเคยอยู่และลาออกไป ตอนลาออกไป ร่างกายอาจไม่ฟิต ก็อาจจะเป็นได้ หรือเป็นโรคอะไรก็แล้วแต่ แต่เขามีเจตนาดี เพราะฉะนั้นขอสื่อไม่ต้องมาถาม เขามีเจตนาดีที่จะช่วยคน ตนว่าก็ต้องให้การสนับสนุนเขา เมื่อถามว่า ขณะนี้สภาพอากาศกำลังกดดันการปฎิบัติงานช่วย13ชีวิตหรือไม่

พล.อ ประวิตร กล่าวว่า เราเตรียมการไว้หมด ในการดูดน้ำ และมีเครื่องสูบน้ำที่จะดูดน้ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยทางต่างประเทศให้การช่วยเหลืออยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเกิดกรณีสูญเสียจะทำให้เกิดแรงกดดันในการปฎิบัติงานหรือไม่ พล.อ ประวิตร กล่าวว่า ไม่กดดัน ก็จะให้ทำอย่างไร บอกมาสิ ตนจะทำ คุณไม่รู้ อย่าถาม  เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงวิธีการนำ13ชีวิตออกจากถ้ำหลวง พล.อ ประวิตร กล่าวว่า กำลังหาทางอยู่ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังดำเนินการไปตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อดูว่าจะต้องนำทั่งหมดออกทางปล่องด้านบนไหม หรือจะเป็นทางน้ำ ส่วนกรณีที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือ13ชีวิตที่ถ้ำหลวง ระบุว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานทุกคนเริ่มล้าในการทำงาน นั้น พล.อ ประวิตร กล่าวว่า ไม่ล้าหรอก เขามีพักทำงาน

เนื้อหายอดนิยม