นึกว่าไม่ใช่พระ!! ชาวเน็ตวิจารณ์รูปปั้น’หลวงพ่อแช่ม’งบ13ล้านในวัดดังภูเก็ตผิดสัดส่วน เจ้าอาวาสชี้สร้างรูปปั้นใหญ่ๆมันยากกว่าตึกเลยเป็นแบบนี้!(มีคลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีสมาชิกเฟซบุ๊ก “สหายไร้ตัวตน” นำเสนอภาพองค์พระหลวงพ่อแช่ม สิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ชาวภูเก็ต เคารพนับถือ ซึ่งเป็นองค์พระขนาดขนาดใหญ่ อยู่ภายในวัดพระนางสร้าง หมู่ 1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมกับมีการตั้งคำถามว่า “คนภูเก็ตเห็นแล้วจะรู้สึกอย่างไร?” โดยเป็นรูปองค์หลวงพ่อแช่มที่ไม่สมส่วน ไม่มีความเหมือนหรือคล้ายหลวงพ่อแช่มแต่อย่างใด รวมถึงภาพรูปปั้นของยักษ์ถือปืนเอ็ม16 หน้าพระอุโบสถภายในวัดซึ่งดูไม่ค่อยเหมาะสม ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างองค์หลวงพ่อแช่มดังกล่าว และได้เรียกร้องให้แก้ไขหรือมีการทุบทิ้ง

ล่าสุดวันที่ 29 ต.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสดออนไลน์” และผู้สื่อข่าวรายการ “ทุบโต๊ะข่าว” ได้ลงพื้นที่ตวรจสอบที่วัดดังกล่าว พบว่าในส่วนขององค์พระหลวงพ่อแช่มนั้น เมื่อมองจากมุมต่ำด้านข้างหรือหน้าองค์พระ จะพบว่าค่อนข้างมีสัดส่วนที่ผิดปกติมากกว่า เมื่อเทียบกับมุมสูง จากบนสะพานลอยนอกตัววัดซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับองค์พระ

นอกจากนี้จากการเดินสำรวจภายในยังพบว่ามีการสร้างศาสนวัตถุอื่นๆ เช่นรูปปั้นองค์พระ คน และสัตว์ ต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งที่มีการสร้างแบบวัดอื่นๆ ทั่วไป เช่นพระพุทธรูปน้อยใหญ่ เจ้าแม่กวนอิม ในปางต่างๆ และรูปปั้นแปลกตา เช่น รูปปั้นตำรวจ รวมถึงรูปปั้นยักษ์ถือปืน 2 ตน ที่มีการกล่าวถึงในโซเชียล

จากการสอบถามพระครูวิจิต ศุภการ เจ้าอาวาสวัดพระนางสร้าง เล่าว่า ในส่วนขององค์พระหลวงพ่อแช่มความสูง 35 เมตร ที่เป็นประเด็นนั้น ซึ่งเป็นองค์หลวงพ่อแช่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างด้วยงบประมาณ 12 -13 ล้านบาท เป็นเงินของชาวปีนัง ประเทศมาเลเซียถวายให้ 6 ล้านบาท และเงินของวัด 6–7 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2558 และปัจจุบันแล้วเสร็จเกือบทั้งหมด เหลือแค่ปูกระเบื้องส่วนฐาน รวมระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี โดยองค์พระก่อสร้างด้วยเนื้อนิลสีดำ ซึ่งสั่งมาจากบ่อพลอยใน จ.กาญจนบุรี ส่วนช่างผู้ก่อสร้างนั้นเป็นช่างเก่าแก่ของวัด ที่ได้เคยร่วมสร้างและพัฒนาภายในวัดมาเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี

ส่วนประเด็นที่มีการวิพากย์วิจารณ์ว่าผิดแบบไม่สมส่วนนั้น พระครูวิจิตกล่าวว่า การก่อสร้างองค์พระขนาดใหญ่นั้นก็ไม่ได้สร้างโดยพละการ ก่อนสร้างได้มีการออกแบบ มีแปลน และแผนที่คำนวนสัดส่วนแล้ว แต่ด้วยความสูงกว่า 35 เมตร จึงต้องใช้นั่งร้านยึดไว้โดยรอบขณะก่อสร้าง แต่เมื่อรื้อนั่งร้านแล้วปรากฏว่าองค์พระมีความผอมกว่าปกติ ส่วนหน้าอกเล็กกว่าปกติ ซึ่งตนก็ทราบดีแต่จะให้ทุบทิ้งก็ไม่ได้เพราะสร้างเสร็จแล้ว และในการสร้างนั้นใช้วัสดุเป็นนิลทั้งองค์ไม่ใช่ปูนธรรมดา หากจะพอกเพิ่มสัดส่วนที่หน้าอก ก็ต้องใช้งบประมาณอีกเยอะ จึงยังไม่มีแผนจะแก้ไข

ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่การก่อสร้างองค์พระขนาดใหญ่มักจะไม่เป็นไปตามแผน เพราะมีความยากกว่าการสร้างตึก เช่นหลายๆ แห่งก็ปรากฏว่าองค์พระไม่สมส่วน จะให้เหมือนคงยาก ไม่เหมือนองค์พระขนาดเล็กที่สามารถแก้ไขได้ง่าย เชื่อว่าผู้ที่ได้เห็นก็คงจะรู้ว่าคือหลวงพ่อแช่ม ยืนยันไม่ได้ปล่อยปะละเลยหรือเจตนาให้เกิดความผิดเพี้ยนในระหว่างก่อสร้าง

ส่วนที่ถามว่าทำไมถึงเลือกหลวงพ่อแช่มนั้น ตนเองคิดว่า ภูเก็ตจะต้องมีหลวงพ่อแช่มที่มีขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์เพื่อให้เป็นที่รู้จัก เช่นที่วัดอื่นๆ มีการสร้างสมเด็จพุทธาจารย์โต หรือหลวงปูทวด ที่มีการสร้างทั่วประเทศ
ส่วนประเด็นของยักษ์ 2 ตน ที่ถือปืนนั้น เนื่องจากคิดเป็นคติธรรมว่า หากให้ยักษ์ถือกระบองเช่นอดีตนั้นจะไม่ทันการแล้วปัจจุบันจะต้องรวดเร็วกว่าจึงจะต้องใช้ปืนแทน เพื่อเป็นจุดเด่นและให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเข้าวัดมากขึ้น ถึงแม้จะดูแตกต่าง

โดยพระครูวิจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากฝากถึงประชาชนให้ช่วยมองในแง่ดีบ้าง วัตถุต่างๆ ในวันนั้นสร้างขึ้นมาด้วยความจริงใจ ถึงแม้จะผิดพลาดไปบ้างแต่ก็ไม่ตั้งใจทำให้เกิดความผิดเพี้ยน ขอให้ชาวบ้านช่วยเข้าใจเจตนาคือต้องการพัฒนาวัด ในส่วนของการแก้ไขนั้นคิดว่าจะยังไม่มีการแก้ไขเนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ แต่คาดว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ทั้งนี้ พระครูวิจิตกล่าวอีกว่า วัดพระนางสร้างเริ่มเป็นที่รู้จักในปี 2532 หลังจากที่เจ้าอาวาสองค์ก่อนมรณะภาพ อาตมาได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ก็เริ่มมีการพัฒนา มีการบูรณะอุโบสถ เจดีย์ หอระฆัง และบูรณะโบราณวัตถุสำคัญของวัด และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้ง ก่อสร้างห้องน้ำ หอสมุด อาคารสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จนในปี 2534 ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทยในต่างจังหวัด และชาวจีนเดินทางมาชมภายในวัดจนถึงปัจจุบัน รวมระยะที่ได้พัฒนาวัดมาจนถึงปัจจุบันกว่า 26 ปี จากวัดที่เกือบรกร้าง จนเป็นศาสนสถานที่มีความพร้อม

 

 

 

เนื้อหายอดนิยม