รัฐเตรียมออกกฎหมาย’ตั้งครรภ์วัยเรียนได้เรียนจนจบ’ ห้ามลงโทษ-ตำหนิ!!

วันที่ 3 ต.ค.60 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงนี้ กำหนดประเภทของสถานศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ประถมศึกษามัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา ต้องจัดให้มีการดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา คุ้มครองนักเรียน นักศึกษา ที่ตั้งครรภ์ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เรียน รวมถึงความลับและความเป็นส่วนตัวของผู้เรียน

กำหนดให้สถานศึกษาจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตั้งครรภ์โดยต้องให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ตั้งครรภ์ได้เรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ หรือการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยืดหยุ่นในวิธีการจัดการเรียนรู้ หลีกเลี่ยงการลงโทษและไม่ตำหนิ กรณีนักเรียนหรือนักศึกษาประสงค์จะหยุดพักการเรียนในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดเพื่อดูแลบุตร สถานศึกษาต้องอนุญาตและให้นักเรียนหรือนักศึกษามีสิทธิในการศึกษาต่อ โดยครูที่ปรึกษา ร่วมมือกับผู้ปกครอง เอาใจใส่ ยืดหยุ่นกฎ ระเบียบในการดำเนินกิจกรรม และต้องสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสังคม

กรณีที่นักเรียน นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ต้องการย้ายที่เรียนใหม่ ให้สถานศึกษาเดิมประสานจัดหาที่เรียนใหม่ตามความเหมาะสม

สำหรับร่างกฎกระทรวงนี้ เป็นกฎหมายลูกของพ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ที่ระบุว่าสถานศึกษาต้องจัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษา ที่เหมาะสมกับช่วงวัย และดูแล ช่วยเหลือ คุ้มครองนักเรียนนักศึกษาที่ตั้งครรภ์ให้ได้รับการศึกษาต่อด้วยรูปแบบที่เหมาะสม และหลังจากครม.อนุมัติในวันนี้จะให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป

ขณะที่รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรก 2560 โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า การตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่นลดลง แต่ยังอยู่ในระดับสูงและยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

สําหรับสาเหตุที่นําไปสู่การตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่น พบว่าในกลุ่มเพศหญิงเกิดจาก 5 สาเหตุหลักๆ ได้แก่ 1. พฤติกรรมการเลียนแบบจากกลุ่มเพื่อนและสื่อต่างๆ 2. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3.การอยู่หอพักตามลําพัง โดยไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครอง 4.การไม่มีความรู้เรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง และ 5. การขาดความรักและการเอาใจใส่จากครอบครัว

ข่าวจาก : springnews.co.th

เนื้อหายอดนิยม