สาวติดใจเที่ยวหนุ่มบาร์โฮส ผลสุดท้ายชีวิตเธอต้องมาเจอจุดจนให้อภัยตัวเองไม่ได้!!

เพื่อนๆยังจำข่าวเหตุการณ์ที่หญิงสาววัยยี่สิบกว่าคนหนึ่งกระโดดลงมาจากตึกเพื่อฆ่าตัวตายในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้ไหม เหตุเกิดในตอนหัวค่ำที่ย่านคะบุกิโจ เขตชินจุกุ เธอกระโดดลงมาจากชั้นดาดฟ้าของตึกสูงยี่สิบกว่าชั้นแถวนั้นและตกลงมาโดนชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่จนได้รับบาดเจ็บ ส่วนตัวเธอไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่ชั้นดาดฟ้าพบเพียงรองเท้าของเธอถูกถอดทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

วันนี้มีรายงานสกู๊ปข่าวพิเศษจากนักข่าวเพื่อสังคมคนหนึ่งที่ลงพื้นที่หาข่าวเพิ่มเติมและเก็บรายละเอียดต่างๆแล้วเขียนรายงานเพื่อสะท้อนปัญหาสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบัน จากการสัมภาษณ์คนที่รู้จักผู้ตายหลายคนได้ความว่า หญิงสาวผู้ตายทำงานกลางคืนและเธอติดผู้ชายที่บาร์โฮสอย่างหนัก เธอไปเที่ยวบาร์โฮสแทบทุกคืนจนเป็นหนี้เป็นสินหลายล้านเยน เวรกรรมแท้ๆ

เธอเคยตัดพ้อให้ฟังว่า ฉันจ่ายเงินเพียงเพราะอยากได้ยินคำว่ารักจากเขา ยิ่งฉันไปบ่อยและจ่ายเงินมากเท่าไหร่เขาก็จะดีใจและบอกว่ารักฉันมากที่สุดในโลก โอ้วหนอ ทำไมจิตใจมนุษย์ช่างยากแท้ที่จะหยั่งถึง ฉันเคยสงสัยว่า เขารักตัวฉันจริงๆหรือว่ารักเฉพาะตอนที่ฉันจ่ายเงินเท่านั้นกันแน่นะ ?? เธอทำหน้าสุดแสนโศกเศร้าเสียใจจนในที่สุดกลางเดือนกันยายนเธอติดหนี้บาร์โฮสถึงสองล้านเยน และเธอบอกฉันเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้ากันว่า ชีวิตฉันมาถึงทางตันแล้วล่ะ ฉันหมดสิ้นหนทางแล้วล่ะ

ไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้เธอฆ่าตัวตายที่แท้จริงจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แต่เชื่อว่ายังมีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอับจนหมดสิ้นทางออกเหมือนเธอ เพราะเป็นหนี้ร้านโฮสล้นพ้นตัวเกินกว่าจะจ่ายไหวนั่นเอง หลายๆคนถึงกับเสียอนาคตไปเลย มีเด็กหญิงสาววัยรุ่นหลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงโตเคียวแล้วไปติดหล่มกับดักผู้ชายบาร์โฮสจนถอนตัวไม่ขึ้น หลายๆคนต้องลาออกจากงานกลางวัน เพื่อไปทำงานขายบริการทางเพศหาเงินมาใช้หนี้และปรนเปรอผู้ชาย เราพบหญิงสาววัย 22 ปีคนหนึ่งบนถนนในย่านคะบุกิโจ เธอมาจากอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดอิบะระคิและเธอก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้น

เธอเปิดใจเล่าให้เรานักข่าวฟังว่า เธอเป็นผู้ช่วยพยาบาลทำงานอยู่บ้านเกิด วันหนึ่งได้รู้จักผู้ชายทำงานบาร์โฮส เขาชวนเธอมาทำงานในเมืองหลวงและเธอก็คล้อยตามเขาและเดินทางมากรุงโตเคียวตอนอายุ 18 ปี หลังจากนั้นเธอก็เที่ยวบาร์โฮสอย่างสนุกสนาน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอจ่ายเงินไปถึง 300,000¥ ในคืนเดียว จากนั้นเธอก็พบว่าลำพังรายได้เดือนยี่สิบสามสิบใบไม่มีทางพอใช้จ่ายอย่างแน่นอน ในวัยแค่ 19 เธอต้องละทิ้งอาชีพผู้ช่วยพยาบาลแล้วไปทำงานกลางคืน ( ขายบริการทางเพศนั่นแหละ ) เธอบอกว่า รอบๆตัวฉันก็มีแต่หญิงสาวอายุน้อยทั้งนั้นแหละ และทุกคนก็ตกอยู่ในสถานการณคล้ายกันเลยก็คือ ติดผู้ชายบาร์โฮส หลังเลิกงานก่อนกลับบ้านก็จะแวะไปดื่มเหล้ากันสี่ห้าชั่วโมงเป็นประจำ เงินที่หาได้มาถูกละลายไปกับร้านโฮส

เสน่ห์ของผู้ชายบาร์โฮสก็คือ พวกเขาช่างใจดี สุภาพอ่อนโยนและนิ่มนวลต่อฉันมากๆ พวกเขาฟังฉันได้ทุกเรื่อง ปลอบโยนฉัน ชมฉันว่าน่ารักอยู่เสมอ ดื่มเหล้าอยู่กับเขาแล้วรู้สึกสนุกสนานจนลืมเวลาเลยล่ะ หลังจากนั้นกว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นความรักไปแล้วล่ะ เมื่อเขาบอกว่าดีใจมากที่ฉันไปหา ฉันก็อดใจไม่ไปไม่ได้อ่านะ !!

ระบบของบาร์โฮสก็คือ จัดเรียงอันดับตามยอดขาย ใครมียอดขายมากก็จะได้อันดับดีๆ ผู้หญิงทุกคนก็อยากจะให้ผู้ชายของตัวเองได้อันดับดีๆไงคะก็เลยเปิดเหล้าแพงๆให้โดยไม่รู้ตัว โดยทางร้านมีการให้เครดิตจ่ายทีหลังได้ด้วย พอรู้ตัวหลายๆคนก็เป็นหนี้ล้นพ้นตัวเสียแล้ว เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่ร้านต้องปิดบัญชีและพนักงานหนุ่มร้านโฮสทุกคนต้องตามเก็บหนี้กับลูกค้ามาจ่ายร้าน
ผู้หญิงคนที่ฆ่าตัวตายคงอับจนหมดหนทางเพราะไม่มีเงินจ่ายหนี้นั่นแหละ คนถูกทวงหนี้บ่อยๆมันเครียดนะเออ

สำหรับผู้หญิงที่เป็นลูกค้าแล้ว พวกเธอทุ่มเทเงินทองเพื่อความรัก แต่สำหรับผู้ชายร้านโฮสมันไม่ใช่อย่างนั้นไง พวกเขาคิดแต่เพียงว่า จะทำยังไงก็ได้ให้ได้เงินจากลูกค้าให้มากที่สุด พอถึงจุดหนึ่งที่หาเงินมาจ่ายไม่ทันผู้หญิงหลายๆคนจึงหมดทางเลือกจำเป็นต้องเลือกหนทางสุดท้ายคือ การฆ่าตัวตายหนีปัญหาทั้งมวล จบตอนแรกแล้วครับ เดี๋ยวจะมาต่อตอนที่สองคืนนี้นะครับ สาวๆ
ไทยก็ควรอ่านไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจกันด้วยนะเออ

ญี่ปุ่นในมุมมืดตอนที่สองตอนจบ ที่ย่านคะบุกิโจนั้นมีบาร์โฮสอยู่ประมาณ 200-300 ร้าน มีพนักงานหนุ่มโฮสทำงานอยู่หลายพันคน ตลอดยี่สิบปีมานี้จำนวนร้านไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักหรอก แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก คุณ Inui Ryūichi พนักงานวัย 42 ปี ของมูลนิธิการกุศลนิติบุคคลมูลนิธิหนึ่งที่มีสำนักงานอยู่ในเขตเดียวกันนี้ชื่อ มูลนิธิวัดแสงประทีป ( นามสมมุติ ) บอกกับเราว่า ตัวเขาเองเคยทำงานนี้มาก่อนเมื่อสมัยสิบห้าปีก่อน ตอนนี้พี่แกหมดสภาพแล้วล่ะ

สมัยก่อนนะลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นจะเป็นผู้บริหารบริษัทที่เป็นสุภาพสตรีมีเงินถุงเงินถัง แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ ลูกค้าแบบนั้นแทบจะไม่มีแล้วล่ะ ทุกวันนี้เหรอไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน พนักงานบริษัท เราก็ต้องเอามาเป็นลูกค้าให้ได้ทั้งนั้นล่ะ ปลาเล็กปลาน้อยก็ต้องเอาล่ะ จะมารอเอาแต่ปลาตัวใหญ่ก็อดตายกันพอดี มูลนิธิแสงประทีปของเราก็เคยมีผู้หญิงเข้ามาขอรับคำปรึกษาในเรื่องนี้มากมาย ส่วนใหญ่ก็ปัญหาติดผู้ชายบาร์โฮสจนไม่มีเงินจ่ายนั่นแหละ นับเป็นปัญหาโลกแตกเลยล่ะ

แต่ทว่าในทางกลับกันตัวพนักงานหนุ่มโฮสเองก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่วิกฤตแทบจะไม่แตกต่างกันเลย สองสามวันก่อนมีหนุ่มโฮสวัย 21 ปี ที่มาจากเกาะฮอกไคโดเข้ามาปรึกษา ชายหนุ่มโอดครวญว่าเขาถูกตัดเงินเดือนลงเดือนละ 2,000¥ ถูกตัดเงินช่วยเหลือค่าเสื้อผ้า ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกสารพัด บวกลบแล้วก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย ก่อนมาหาเราชายหนุ่มแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน เขาได้รับคำแนะนำจากคลีนิคโรคจิตเวชแห่งหนึ่งให้มาหาเรา

ไอ้ภาพที่เราเห็นในทีวีที่หนุ่มโฮสขับรถสปอร์ตอย่างเท่ห์ พักแมนชั่นหรู ใช้สินค้าแบรนด์เนมทั้งตัวนั่นนะ แท้จริงแล้วมันมีอยู่แค่หยิบมือเดียวเท่านั้นแหละ ส่วนใหญ่หรือมีแต่ดื่มเหล้าหรือใช้ร่างกายจนพังบ้างล่ะ เจ็บป่วยทางจิตใจแล้วลาออกไปบ้างล่ะ หรือเก็บเงินที่ลูกค้าติดค้างไม่ได้ก็ต้องหนีหายไปจากคะบุกิโจกันทั้งนั้นแหละ

คุณลุงตัวแทนมูลนิธิแสงประทีปวัย 62 ปี บอกกับเราว่า วงการนี้มันก็ประหลาดมากอยู่นะเออ จะว่าไปแล้วอาชีพโฮสเป็นอาชีพอิสระจะไปไหนมาไหนก็ได้ แต่หนุ่มโฮสก็มักจะติดเบ็ดถูกหลอกใช้ด้วยคำพร่ำบ่นหวานๆ จะว่าไปแล้วหนุ่มโฮสก็ถือเป็นผู้เสียหายเหมือนกันนั่นแหละ จากนั้นพวกเขาก็จะไปกดดันลูกค้าต่ออีกที เวรกรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่าในเดือนตุลาคมปีนี้เดือนเดียวมีคดีคนกระโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตายอย่างน้อย 7 คดี ในจำนวนนี้มีคนเสียชีวิตไป 5 ราย อีกสองรายบาดเจ็บสาหัส ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถระบุสาเหตุการอัตวินิบาตกรรมได้ทั้งหมดก็ตามเถอะ แต่ผู้ตายก็เป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุน้อยเป็นเสียส่วนมาก ช่างน่าเสียดาย

พวกเราทำข่าวนี้มาเรื่อยๆจนถึงวันสุดท้าย ในตอนหัวค่ำวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม ก็มีเหตุการณ์หญิงสาวโดดตึกลงมาเสียชีวิตอีกหนึ่งคน พอนักข่าวไปถึงก็เวลาผ่านไปแล้วสองชั่วโมง ตำรวจเก็บกวาดและเปิดให้สัญจรไปมาได้ตามปกติราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย คะบุกิโจและชินจุขุยามค่ำคืนก็ทำหน้าที่ของมันดำเนินต่อไปในส่วนของการเตรียมการช่วยเหลือนั้นทางหน่วยงาน
ราชการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ องค์กร NPO OVA รวมถึงแผนกสวัสดิการสังคม หน่วยงานแผนกจิตเวชสังคม เขตชินจุขุ คุณอิโต จิโร บอกกับพวกเราว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีวันที่เหงาและหว้าเหว่ มีวันที่ท้อแท้ขาดคนเห็นใจ

ขาดคนที่ปรึกษาได้ ทุกคนล้วนต้องมีความวิตกกังวล ทั้งในเรื่องการเงิน สุขภาพ และปัญหาทุกข์ใจอื่นๆขอให้เข้ามาปรึกษาเราได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องเกรงใจ หน่วยงานของรัฐบาล โรงพยาบาล แผนกสังคมสงเคราะห์ ทุกหน่วยงานล้วนมีเตรียมไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความทุกข์ทั้งนั้นแหละ การพึ่งพาอาศัยผู้อื่นในยามลำบากเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วล่ะ ขอเพียงเปิดใจเข้ามาเถอะ แผนกของเราเคยให้คำปรึกษาแก่คนหนุ่มสาวหลายๆคนจากย่านกลางคืนคะบุกิโจ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็เรียกร้องโหยหาย่านกลางคืนแห่งคะบุกิโจที่ซึ่งพวกเขาคิดว่าจะสามารถดับความความเหงาในใจได้ ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่ทางออกของปัญหาหรอก นะเออ

กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเปิดเผยว่าในปี 2017 มีคนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายเป็นจำนวน 21,231 คน นับว่าลดลงมาเรื่อยๆจากปี 2009 ที่มีคนฆ่าตัวตายสูงถึง 32,845 คน จากรายงานจากสมุดปกขาวของกระทรวงระบุว่า สาเหตุอันดับแรกที่ทำให้คนที่มีอายุระหว่าง 15-34 ปีฆ่าตัวตายก็คือ ตกอยู่ในสภาวะเลวร้ายสุดขีด คุณอิโตยังบอกอีกด้วยว่า คนที่คิดอยากฆ่าตัวตายมักจะคิดว่า ตัวเองไม่ได้เรื่อง ตัวเองไม่ดี ใช้ไม่ได้ และส่วนใหญ่แล้วคนพวกนี้มักจะรู้สึกอับอายที่จะปรึกษาใครๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางคืนที่มักจะแคร์สายตาของชาวโลกมากกว่าตัวเอง ถ้ามีคนใกล้ชิดตัวท่านมีลักษณะท่าทีที่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย ท่านสามารถขอรับคำปรึกษาจากหน่วยงานป้องกันการฆ่าตัวตายหลายๆหน่วยงานได้ดังนี้

เนื้อหายอดนิยม

Leave a Comment