วิเคราะห์ 5 ประเด็นหลังไฟต์ ศรีสะเกษ น็อค โรมัน ยก 4

นับเป็นการลบข้อครหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นักชกชาวไทยวัย 30 ปี ที่สามารถยัดเยียดความปราชัยให้กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ อดีตแชมป์โลก 4 รุ่นชาวนิการากัว อีกครั้ง ด้วยการชนะน็อคในยกที่ 4 ในการป้องกันแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ของสภามวยโลก หรือดับเบิลยูบีซี ที่สังเวียนสตับฮับ เซ็นเตอร์ เมืองคาร์สัน ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

มาดูกันว่า เพราะเหตุใด ศรีสะเกษ ถึงเอาชนะน็อค โรมัน กอนซาเลซ อย่างง่ายดาย ชนิดที่แฟนมวยทั่วโลกไม่เชื่อว่า จะจบลงง่ายดายแบบนี้

ข้อที่ 1 ศรีสะเกษ มีเวลาเตรียมตัวมากกว่าไฟต์ก่อน ที่ชนะคะแนน ซึ่งในไฟต์แรกที่ทั้งคู่พบกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศรีสะเกษ เพิ่งได้รับคำสั่งจากสภามวยโลก หรือดับเบิลยูบีซี ให้ชกไฟต์บังคับกับ โรมัน กอนซาเลซ ซึ่งเป็นแชมป์อยู่ในเวลานั้น ก่อนที่จะขึ้นชกเพียง 2 เดือนเท่านั้น พร้อมกับจะเอาชนะคะแนนมาอย่างฉิวเฉียดแบบช็อคโลก แต่ในไฟต์นี้ นักชกไทยเตรียมตัวนานถึง 4 เดือน ชกได้ดีทั้งเกมรุกและเกมป้องกันตัวอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับชกได้นิ่ง ไม่ตื่นเต้นเหมือนกับไฟต์แรก ก่อนจะเอาชนะน็อคยกที่ 4 ไปในที่สุด แถมยังเป็นการยัดเยียดการแพ้น็อคไฟต์แรกในชีวิตให้กับ โรมัน กอนซาเลซ ที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นนักชกเบอร์ 1 ของโลก เมื่อเทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์อีกด้วย

ข้อที่ 2 หมัด ฮุกขวาคืออาวุธสำคัญ หากลองสังเกตุให้ดีจะเห็นได้ว่า หมัดที่ส่ง โรมัน กอนซาเลซ ทั้งในไฟต์นี้และไฟต์ที่แล้ว คือหมัดฮุกขวาสั้นๆ โดยในไฟต์ที่แล้ว ศรีสะเกษ ส่ง โรมัน ให้กรรมการนับ 8 ด้วยการฮุกขวาเข้าลำตัว และไฟต์นี้ ฮุกขวา คืออาวุธเด็ดของนักชกไทยอีกครั้ง ด้วยการปล่อยฮุกขวาใส่ใบหน้า โรมัน กอนเซาเลซ ทั้งสองครั้ง ก่อนที่จะชนะน็อคไปในที่สุด

ข้อที่ 3 โรมัน กอนซาเลซ ระวังศรีษะมากเกินไป สาเหตุสำคัญที่ทำให้ โรมัน แพ้คะแนน ศรีสะเกษ ในไฟต์แรก เนื่องมาจากนักชกนิการากัวมีแผลแตกบริเวณหางคิ้วขวา ตั้งแต่ยกที่ 3 เนื่องจากศีรษะของทั้งคู่ชนกัน ส่งผลให้ โรมัน ต้องชกแบบระวังบาดแผลไปตลอดการชก แถมเลือดยังไหลเข้าตาโดยตลอดอีกด้วย จึงทำให้ไฟต์นี้ ช็อคโกลาติโต้ เน้นระมัดระวังไม่ให้ศีรษะชนกันมากจนเกินไป จนมีผลทำให้การชกไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

 ข้อที่ 4 โรมัน ไม่เคยชกได้ดีในรุ่น 115 ปอนด์ จะสังเกตุได้ว่าพอ โรมัน กอนซาเลซ ขยับจากการชกในรุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ ขึ้นมาชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ ไม่เคยชกดีแม้แต่ไฟต์เดียว โดยไฟต์แรกที่ชกในรุ่น 115 ปอนด์ คือการท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลกจาก คาร์ลอส กูเอดราส นักชกจากเม็กซิโก ที่เคยกระชากเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ไปจาก ศรีสะเกษ เมื่อปี 2557 และเอาชนะคะแนนนักชกจังโก้รายนี้แบบน่ากังขา พอไฟต์ต่อมาต้องชกไฟต์บังคับกับ ศรีสะเกษ ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นไฟต์แรกในชีวิต ด้วยการแพ้คะแนน จนกระทั่งไฟต์ล่าสุด ต้องแพ้น็อคอย่างหมดรูปให้กับ ศรีสะเกษ อีก 1 ไฟต์ ซึ่งทั้ง 3 นี้ แสดงให้เห็นว่า ซูเปอร์สตาร์ชาวนิการากัว ไม่เหมาะกับการชกในรุ่น 115 ปอนด์ เพราะนอกจากจะเสียเปรียบเรื่องรูปร่างแล้ว พลังหมัดของโรมัน ไม่สามารถสร้างปัญหาคู่ชกในรุ่นนี้ได้ เหมือนกับที่เจ้าตัว เคยชกในรุ่น 105 ปอนด์, 108 ปอนด์ และ 112 ปอนด์

ข้อที่ 5  เจ้าแหลม  ศรีสะเกษ มีการดูแลร่างกายทีดีและสมบูรณ์ จากการที่ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองทำให้อาหารการกินในต่างแดนนั้นข้อนข้างเป็นอุปสรรค์ของ เจ้าแหลม เพราะในต่างแดนนั้นอาหารแต่ละมื้อข้อนข้างหนัก และเจ้าแหลมต้องคอยควบคุมน้ำหนักอยู่ตลอดเวลาก่อนขึ้นชก แต่ก่อนที่จะมาไฟล์นี้ต้องบอกก่อนเลยว่า มีผู้สนับสนุน เจ้าแหลม ในเรื่อง การดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ในเรื่องการควบคุมน้ำหนักและการขับถ่าย โดย คุณ ต้องจิต ฆโนทัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไพร์ม2016 จำกัด ได้มอบผลิตภัณฑ์ดีท๊อกร่างกาย KELLA DETOX ให้กับ เจ้าแหลม ไว้ทานดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก ดูแลระบบขับถ่าย ให้ดีในระหว่างฝึกซ้อมและก่อนขึ้นชก

จนเป็นที่กล่าวขานในแคมป์เก็บตัวเลยว่า เจ้าแหลม มีของดี ในการดูแลตัวเอง สำหรับแชมป์โลก จริงๆ

และที่กล่าวมาทั้งหมด คือ การวิเคราะห์ 5 ประเด็นของแชมป์โลกของไทยเรา

สำคัญที่สุดไม่ว่าจะฝึกซ้อมมากมายแค่ไหน แต่การดูแลระบบการขับถ่ายและระบบดีท๊อกของร่างกายคือเรื่องที่สำคัญที่สุด

เจ้าแหลม ยังฝากมาขอบคุณ คุณต้องจิต ด้วยน่ะครับ และยังบอกมาว่า

“ KELLA คือผู้ช่วยในการดูแลสุขภาพของแชมป์โลกตัวจริง “

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  FB:  tongjit ceo prime

ได้ข่าวมาว่าเข้าไปกดติดตามเฟชบุค คุณต้องจิต ไว้มีของแจกเพียบเลย!!!

เนื้อหายอดนิยม