เปิดใจเด็กวัด ชีวิตมาจากดินชุบเลี้ยงโดยแม่ชีกินข้าวก้นบาตร ปัจจุบันรวยระดับเศรษฐี

เด็กวัดพ่อตายแม่หายสาบสูญ 38ปีไม่เจอญาติจนวันนี้รวย200ล้าน ญาติพี่น้องตามหาจนเจอ!กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลให้กับคนสู้ชีวิตที่เหมือนจะสิ้นหวังจากเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ ต้องอาศัยวัดและชุปเลี้ยงโดยแม่ชีแก่ๆคนหนึ่งแต่ผ่านมา 38 ปัจจุบันเขาคือเศรษฐี200ล้าน ที่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าพ่อเสียชีวิตแล้วส่วนแม่นั้นหายสาปสูญไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน โดยเรื่องราวของคุณ แจ๊ค และคุณเกศราพัชร์ ถูกเปิดเผยผ่านรายการทีวีช่อง 5 ลุกแล้วรวยกับชีวิตที่คุณได้ฟังแล้วต้องน้ำตาไหลและถ้าคิดว่า ชีวิตคุณยากลำบากแล้วลองไปฟังเรื่องราวพวกเขาก่อนมั้ย บางทีคุณอาจจะเปลี่ยนใจ“ผมเกิดที่สุราษฎร์ จำความได้ก็เป็นเด็กวัดเลย รู้แค่ว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว คือชีวิตผมเป็นแบบนี้พ่อกับแม่อยู่กันไม่ได้เนื่องจากปัญหาส่วนตัวของเขา เขาก็เอาผมมาฝากไว้กับโรงเรียนสหศึกษาอนุบาลรับเลี้ยงเด็กจากนั้นก็ไม่มีใครมารับกลับบ้านซึ่งรู้ภานหลังว่าแม่ทิ้งเราไป ผมเติบโตด้วยการเลี้ยงของแม่ชีที่เขาเป็นรองครูใหญ่ดูแลผมอยู่ แม่ชีเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เด็กเลย แล้วพอมาป.3 ผมก็ถูกย้ายจากสุราษฎร์ มาอยู่แถววัดปากน้ำภาษีเจริญ แม่ชีพาผมมาเป็นเด็กวัดที่นี่ซึ่งเขาก็ไม่ได้เป็นญาติอะไรกับผมเลยแต่เขาเอาผมมาเลี้ยง”“แม่ชีสร้างโรงเรียนช่วยเหลือเด็กที่พ่อแม่ไมมีเวลาเลี้ยงดู เด็กกำพร้า ปีแรกที่ผมมาอยู่ก็เป็นเด็กวัดดีเด่นคือตี 5 ผมตื่นแล้ว มาเตรียมอาหารให้พระ พระเป็นพันรูป เตรียมเสร็จกลางวันมาถวายเพลมาช่วยต่อ ช่วยจริงๆและเหนื่อยมาก ตอนเย็นต้องมาทำวัตรกิจกรรมเหมือนพระจนได้ศิษย์วัดดีเด่น บอกเลยว่าเหนื่อยสำหรับเด็ก ป.3-4 ในตอนนั้น ผมเคยถามแม่ชีว่าพ่อแม่ผมไปไหน เขาก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบมาตลอด”“ตอนนั้นรู้สึกน้อยใจเหมือนกัน ในวันพ่อหรือวันแม่ตอนเราเด็กๆเพื่อนผมมีพ่อแม่หมดแต่ผมต้องเอาแม่ชีไปโรงเรียน ในวัยเด็กเราก็ผมอายน้อยใจชีวิตเราทำไมเป็นแบบนี้ แต่ดีเท่าไหร่แล้วที่มีแม่ชีเป็นแม่บุญธรรม คอยส่งเสียเขารับเลี้ยงผมโดยไม่ได้คิดหรือคาดหวังอะไรจากผมเลยเพียงแค่เขาสงสาร แต่แม่ชีใจดีเขาเลี้ยงดูส่งเสียให้มีการศึกษาเล่าเรียนหนังสือ”“ด้วยความมาอยู่วัดภาษีเจริญปากน้ำกับแม่ชีโดยเขาส่งเสียแต่เงินมันก็ไม่พอใช้ ปิดเทอมผมก็จะดิ้นรนออกหางานทำตลอด ผมอยู่ในวัดได้ประมาณ 2 ปีก็ออกไปหาเช่าห้องอยู่ บอกกับแม่ชีว่าอยากออกมาข้างนอก อยากออกมาหาประสบการณ์ ถ้าอยู่ในวัดเรา ชีวิตเราก็ต้องทำงานวนเวียนในวัดเพราะกิจกรรมเยอะมาก เราจะไม่มีเวลา ในวัยเด็กเราก็อยากไปหาประสบการณ์ อยากสนุกสนานเหมือนคนอื่นเขาแต่เราทำไม้ได้ ออกมาข้างนอกมาเช่าห้องอยู่ตอนนั้นประมาณ ป.5 เช่าห้องอยู่คนเดียวโดยมีแม่ชีส่งเสียอย่างเดียว”“แม่ชีก็ไม่ได้มีรายได้จากไหนนะครับ เป็นเงินญาติโยมถวายปัจจัยกระเบียดกะเสียนออกมาให้ผมเป็นค่าใช้จ่ายไปโรงเรียน ผมเองก็ออกหางานทำ พาร์ทไทม์ เสริพอาหาร ล้างจาน จนประมาณ ม. 2-3 ก็ทำงานในโรงแรม ทำงานแต่เงินมันไม่พอใช้เปลี่ยนงานใหม่เพราะเดือนหนึ่งได้ 3000-4000 หมดไปกับค่ารถค่ากินก็หมดแล้ว พอม.3 ผมไม่เรียนต่อแล้วออกมาหางานทำ ทำงานผับงานบาร์รับจ้างทั่วไป เป็นลูกน้องคนบ้าง ขายกางเกงยีนส์บ้าง พนักงานห้างย้ายไปทำงานที่ต่างๆ เงินเดือนไม่พอกิน เป็นแบบนี้มาหลายปีมากเงินติดลบแต่ผมก็ไม่เคยยืมใครนะ”“ปาดกัดตีนถีบถอยหลังไม่ได้ จนอายุ20ต้นๆ ผมย้ายไปทำงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งผมไม่ได้ขอเงินแม่ชีใช้แล้วตั้งแต่อายุ 17 ทำงานหาเงินเอง ขายไปๆมาๆ มีเพื่อนชักชวนไปขายปุ๋ย ชีวิตมันก็เหมือนเริ่มดีขึ้น ผมทำงานประสบความสำเร็จเร็ว เจ้านายรักเพราะเราเรียนรู้งานเร็วแต่ผมมีนิสัยเสียอย่างเดียวคือเป็นคนเกเร เป็นคนที่คอนโทรยากไม่เหมาะเป็นลูกน้องคนถ้าคุณเป็นคนที่มีนิสัยแบบผมต้องหางานที่เป็นเจ้านายตัวเอง ทำงานขายปุ๋ยมันคืองานที่ทรหดมาก ตอนแรกเพื่อนบอกว่าขายได้วันละ 500 ฟังแล้วดูดี โหได้เงินตั้ง 15000 สมัยนั้นเยอะนะ ผมเลยลาออกจากงานที่ทำอยู่ไปขายปุ๋ย”

“ลำบากมากทำงานได้2ปีเพื่อนให้เงินดาวน์รถกะบะวีโก้มาทำงาน แต่ก็มีปัญหากันเลยตัดสินใจออกแต่ผมก็ยังอยู่ในวงการขายปุ๋ยอยู่นะ ขายไปเรื่อยๆจนผมขับรถไปขายปุ๋ยที่สระบุรีจนมาเจอภรรยาที่เป็นแม่ค้าส้มตำจนได้จีบกัน ชวนภรรยามาลำบากด้วย ชีวิตตอนนั้นเงินไม่เหลือสักบาท หมดไปกับค่าน้ำมัน ค่ากิน ค่าเดินทาง เคยแย่ที่สุดคือไม่มีเงินเหลือแม้แต่บาทเดียว คือก่อนนั้นเพื่อนโทรมายืมตัง บอกว่า แจ๊คขอยืมเงินหน่อยพันหนึ่ง ติดตัวผมมีอยู่ 1500 เติมน้ำมัน 500 ไปแล้วเหลือ 1000 โอนให้มันเพราะมันบอกจะโอนคืนให้พรุ่งนี้ แต่พอเพื่อนไม่โอนมา หมดครับไม่มีเงินเหลือ ผมมีมือถืออยู่เครื่องเดียวที่ผมรู้สึกว่ามันจะต้องช่วยชีวิตผมแล้วละ ขายปุ๋ยก็ขายใครไม่ได้เลย ลำบากตากตรำมากแต่ขายไม่ได้เลย”

“จนวันนั้นผมบอกว่า ผมไม่มีเงินเหลือแล้วเหลือแค่มือถือเครื่องสุดท้าย คุยกับแฟนว่าจะทำยังไงดี เอามือถือไปขายดีกว่าอย่างน้อยได้เงินเติมน้ำมันวิ่งทำงาน ไปร้านขายมือถือผมซื้อมาหมื่นกว่าบาทไปขายมันบอก 500 เพราะมันผ่านมาปีหนึ่งมีมือถือรุ่นใหม่ๆเยอะ ของผมตกรุ่นทันที มันรับซื้อ 500 ผมมองหน้ากับภรรยา ว่าถ้างั้นผมไม่ขาย ถ้าผมขาดมือถือผมจะหมดหนทางติดต่อผู้คน คือตอนแรกผมนึกในใจว่าจะได้สัก 5000 แล้วไปซื้อเครื่องถูกๆมาใช้ ผมกลุ้มใจขับรถเข้าวัดแล้วนอนคิด เวลาเครียดมากผมตั้งสติแล้วบอกตัวเองวาผมต้องขายของให้ได้ ผมต้องหาเงินให้ได้ ชั่วโมงนั้นถ้าใครเป็นแบบผมคุณจะไม่กลัวตาย อะไรคุณก็ไม่อายแล้วต่อไปนี้”“ตั้งสติได้ก็เลยวิ่งเข้าไปหานายทุนขอเครดิตเขาจนเขายอมให้ ผมเข้าไปหาลูกค้าแล้วติดต่อถ้าขายได้แล้วมาเอาเงินที่นี่ เท่านั้นแหละครับผมบุก ดอนพุดเตียนเลย ทุกบ้านเป็นลูกค้าผมหมด ฟื้นขึ้นมาเลยผมส่งปุ๋ยเก็บเงิน ส่งปุ๋ยเก็บเงินฟื้นทันที ตอนนั้นผมไม่มีเงินทุนไปซื้อปุ๋ยมาขาย เลยไปหาเจ้าของโรงงานขอปุ๋ยเขาตอนแรกเหมือนเขาจะไม่ให้ผมบอกผมมีออเดอร์เขาเลยใหลูกน้องพกปืนตามคุมผมไปขายเลย ผมเก็บเงินเขาทุกบาทจนทุกวันนี้เขาบอกว่าจะเอาปุ๋ยเท่าไหร่ก็ได้เขาไม่เคยว่า ทุกวันนี้ผมเป็นเซลคนเดียวที่ได้กินเงินปันผลจากการขายปุ๋ยให้เขาอยู่”“พอเราขายปุ๋ยได้ชีวิตเริ่มดีขึ้นแล้วเราก็อยากมีรายได้ทางอื่นบ้างเพราะปุ๋ยมันจะมีบางปีขายได้บางปีขายไม่ดี เงินจะสวิงสูงต่ำแล้วแต่ช่วง เลยชวนภรรยาออกมาทำเครือข่ายหลายตัวแต่ไม่สำเร็จ เงินได้จากขายปุ๋ยเอามาไปลงทุนต่อ เลยจับมือกับภรรยาทำแบรนด์สินค้าในชื่อเกศราบ้านอมตะสมุนไพร 24 ต่อสู้ดิ้นรนด้วยกันมาสองคนผัวเมียจากเริ่มต้นทำแบรนด์มา 6ปี ปัจจุบันมียอดขายมากกว่า 200 ล้าน มีประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้าผู้หญิงระบบภายในมดลูก ความสวยความงาม ลดน้ำหนัก ภรรยาถนัดมากเลยมาลุยทำเอง สะสมประสบการณ์โดนหลอกมากจนฉลาดทำเอง ค่อยๆทำสองสามีภรรยา หมดเงินลงทุนทำสื่อเป็นสิบล้าน จนแบรนด์เรามีความน่าเชื่อถือลงทุนแจกทองเดือนหนึ่งหนักมากกว่า 200 บาท”
“ทำการตลาดจริงๆของผมมาเกิดกับออนไลน์ มันกว้างขึ้นสินค้าไปไกลขึ้น โซเซียลไปทั่ว แบรนด์เกศราไปเติบโต ยอดรวมเกิน 200 ล้านไปแล้ว เฉพาะตัวผมวางเป้าหมายปีนี้ที่ 500 ล้านซึ่งบอกเลยว่ากลายเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงระดับรากหญ้ากับสินค้าของเกศราบ้านอมตะสมุนไพร 24”

จากเด็กวัดยากจนกำพร้าพ่อแม่ทุกวันนี้ตอบแทนบุญคุณแม่ชีที่ส่งเสียเลี้ยงดูมา “ผมส่งเงินให้แม่ชีใช้ทุกเดือน ทั้งยังดูแลครอบครัวภรรยา ผมอายุ 38 ผมไม่มีญาติเลยจนมาตอนนี้เพิ่งมาเจอญาติเมื่อเดือนที่แล้ว ญาติมาหาผมจากที่ผมไปออกรายการลุกแล้วรวยช่อง 5 ตลอดอายุที่ผ่านมาไม่รู้จักใครเลย ญาติโทรมาหาจากสุราษฎร์เป็นทางน้องของพ่อ ผมเรียกอา ทุกคนร่ำรวยกันหมดแต่ในอดีตครอบครัวเรายากจนปากกัดตีนถีบ สำหรับ38 ปีของผมไม่ได้เจอญาติเลยแต่คือมีสมาชิกผมที่อยู่ทางใต้เขาเป็นคนที่รู้จักกับตระกูลนี้แล้วเขาได้ยินประวัติผมเขาเลยสืบประวัติเรื่องราว เลยมาดูรายการทีวี ส่งรูปภาพมาให้ดู เขาดีใจ ผมยังงงไม่หายเจอกันแล้วนั่งคุยกัน เขาสบายใจเขาดีใจที่เราประสบความสำเร็จ เขาก็ประสบความสำเร็จมีรถเบนซ์ขับกันทุกคน”แรงบันดาลใจความสำเร็จ “จริงๆมาจากความฝัน ถ้าคุณฝันอยากสำเร็จ ต้องมีภาพในจินตนาการคุณต้องลงมือทำเหมือนคุณจะตายในวันพรุ่งนี้ ผมฝึกความคิดตัวเอง ถ้าผมถอยหลังผมตาย ชั่วโมงที่ไม่มีเงินสักบาท เอาให้รอดดิ้นรนทำให้สำเร็จ ถ้าคุณกลัวแล้วผลักดันตัวเอง แต่คุณไม่กลัวคุณจะไม่มีทางประสบความ ความสำเร็จมันอยู่ในสิ่งที่คุณบ่น ผมเกิดมาจนแต่ไม่ขอตายเป็นคน บอกกับตัวเองว่า พ่อแม่กูจน กูจะไม่จนเหมือนพ่อแม่กู กูต้องผ่าเหล่า ให้พลังใจตัวเองแบบนี้”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟส เกศราพัชร์ สิริปรัชญาพิบูลย์  เจ้าของกิจการส่วนตัว เจ้าของแบร์นสินค้าบริษัทเกศราบ้านอมตะสมุนไพร24 สมัครตัวแทนแอดไลน์ nok.ketsara นะคะ/สั่งซื้อสิ้นค้าผ่านตัวแทน ได้ค่ะ@nokkessara ตอบเร็วตอบไว้คร่า

เนื้อหายอดนิยม