ทะเลาะกันแล้ว! ผู้กำกับหนังลำไยขอถอนตัวไม่ร่วมงาน ผจก. แจงยับดราม่าเรื่องเงิน

ทะเลาะกันแล้ว! ผู้กำกับหนังลำไยขอถอนตัวไม่ร่วมงาน ผจก. แจงยับดราม่าเรื่องเงิน

กลายเป็นดราม่าไปแล้วสำหรับการสร้างหนังของสาวลำไย ไหทองคำ ตั้งแต่ไม่มีพระเอกอยากร่วมงานด้วยจนกระทั่งล่าสุดผู้กำกับหนังก็อขถอนตัวแล้ว โดยทางประจักษ์ ผู้จัดการสาวลำไย และผู้ำอำนวยการสร้างหนังได้ออกมาอธิบายว่า การสร้างหนัง มีความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องบท หาก ผกก.อีโก้ ไม่รับฟังข้อเสนอเเนะ ขอเพิ่มเติมบท เพื่อสปอนเซอร์ ดูแลลูกค้าจากผู้อำนวยการสร้าง ทุกอย่างก็ยุติได้ …มันมีมาตั้งเเต่ตั้ง ฮอลลีวูด มันธรรมดามาก !!!

จากนั้นสาวแคนดี้ รากแก่นหนึ่งในทีมงานไหทองคำได้โพสต่อ จากประเด็นที่มีคนสอบถามเรื่องการ Post ขอถอนตัวจากหนังผู้สาวขาเลาะของ ผกก.อุเทน นั้น..แคนดี้ในฐานะผู้จัดการส่วนการผลิตหนังเรื่องนี้ด้วยนั้น ขออนุญาตชี้แจงด้วยบทสัมภาษณ์ของ อ.ประจักษ์ ผู้อำนวยการสร้าง และผู้ลงทุนภาพยนต์เรื่องผู้สาวขาเลาะ จาก นสพ สยามดารา นะคะ

เข้าไปอ่านแล้วจะเข้าใจทั้งหมดค่ะ..ว่าเป็นเรื่องของการทำงาน มิใช่ปัญหาเรื่องเงินแต่เพียงอย่างเดียวค่ะ..เราไม่เคยไม่จ่ายค่ะ แต่เราจ่ายแล้ว ย่อมอยากได้สิ่งที่เราคาดหวัง มิใช่อะไรก็เอา..เพราะเรารู้ว่าแฟนๆที่รักของเรา เค้าต้องการอยากชมอะไร..พวกเรา ทีมไหทองคำ มุ่งหวังอยากจะทำภาพยนตร์ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่แฟนๆ รอคอยนะคะ..รอชมการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อว่าต้องดีขึ้นๆ แน่นอนค่ะ.. ผู้สาวขาเลาะtheMovie แฟนๆ ได้ชมแน่นอนค่ะ..การันตีความม่วนแบบอินดี้ๆ ที่ทันยุคทันสมัย.. ไม่มีผิดหวังค่าาา

ถ่ายหนังคอมเมดี้แต่กลายเป็นดราม่าซะอย่างนั้น หลังจาก “บอย” อุเทน ศรีริวิ ผู้กำกับภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดกับการกำกับหนังเรื่อง “ผู้บ่าวไทบ้าน” โพสต์เฟซบุ๊กประกาศขอถอนตัวจากการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “ผู้สาวขาเลาะ” ที่มี “ลำไย ไหทองคำ” และ “อาม ชุติมา” นักร้องสาวซุป’ตาร์อินดี้ แสดงนำ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 ต.ค. สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนๆ ที่เป็นกำลังใจ และรอติดตามผลงานเป็นอย่างมาก

ร้อนถึง “เสี่ยประจักษ์” ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้บริหารไหทองคำอินดี้ ในฐานะผู้อำนวยการภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกมาชี้แจงรายละเอียดในฝั่งของตนว่า เป็นฝ่ายตัดสินใจขอแยกทางกับผู้กำกับฯ คนดังกล่าวเองหลังจากเปิดกล้องถ่ายทำไปได้เพียงแค่ 6 วันเท่านั้น เพราะส่วนตัวมีความรู้สึกว่า ผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ สวนทางกับรายจ่ายที่ควักกระเป๋าจ่ายไปบานเบอะ โดยมีหลักฐานการโอนเงินให้กับผู้กำกับคนดังกล่าว และได้ทำบัญชีร่ายจ่ายไว้เป็นหลักฐานชัดเจน

โดยเสี่ยประจักษ์ได้เปิดใจกับสยามดาราว่า  “เขาประกาศถอนตัวก็ถอนไปสิ ผมนี่แหล่ะที่เป็นฝ่ายไม่พอใจ ไม่ได้บอกว่าเขาทำงานไม่ดีนะ เพียงแต่ผมไม่พอใจ ผมเป็นผู้อำนวยการสร้าง ขอในแนวทางที่ผมต้องการไม่ได้ รั้นผมตลอด เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นพยายามถนอมน้ำใจกันมา 6 วัน ผมขอเพิ่มไลน์คอมเมดี้เข้าไปก็ไม่ได้ ผมตั้งใจทำหนังแนวคอมเมดี้ ก็ไปทำให้มันดราม่า ซ้ำแนวกับผู้บ่าวไทบ้าน คิดแต่ว่าตัวเองเป็นผู้กำกับ แต่ผมเป็นคนเอาเงินผมมาทำ ไม่ได้เอาเงินคุณมาทำ ตั้งแต่ค่าบท พิธีบวงสรวงที่ขอนแก่น จนเปิดกล้อง จ่ายไปแล้วราว 2 ล้านกว่า ถ่าย 6 วัน 4 ที่ ถ่ายไปเบิกไป ซึ่งผมก็เข้าใจว่าเป็นงบในการถ่ายทำ”

“แต่ในความรู้สึกผมผลงานที่ออกมาก็น่าจะสมน้ำสมเนื้อกับเงินที่จ่ายไป เห็นผมหมูมั้ง ผมไม่ใช่หมูนะ ผมบอกต้องการแนวการทำงานให้มีคอมเมดี้ เพื่อเอาทีเซอร์ไปโปรโมทล่วงหน้าบ้าง ก็มีแต่ความลับอยู่คนเดียว โปสเตอร์ก็ไม่ทำ ตอนแรกเขาว่าจะขอเบิกงบทำงานทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ แล้วเราไม่ต้องไปยุ่งกับขั้นตอนการสร้าง คือประมาณว่าจะเอาก๊อปปี้เอมาให้ผมเบ็ดเสร็จแบบนี้หรือเปล่า พอดี พี่ตุ๊ด นาฬิกา แย้งว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ขนาดค่ายหนังเขายังไม่ทำแบบนี้กันเลย ค่าบทหนังผู้สาวขาเลาะเนี่ยราคา 3 แสนบาท มีค่ายหนังบอกว่า ไม่ถึง 1 แสน 5 หมื่นบาท อันนี้สมุดลีบๆ 15 แผ่น 3 แสนบาท ก็ขอยุติดีกว่า”

“ก่อนเริ่มทำงานผมบอกชัดเจนว่าหนังที่ทำต้องการให้เป็นแนวคอมเมดี้สอดคล้องกับยุคสมัยนี้ ซึ่งเป็นยุคโซเชียล เน้นความเป็นธรรมชาติของนักแสดง ลำไย อาม ฯลฯ ซึ่งเป็นเด็กแนวนี้ยุคนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ให้เขาเป็นธรรมชาติ มาด่านักร้องผมจิกหัวเขา เขามาจากนักร้องไม่ใช่นักแสดง ผมจ้างคุณมากำกับมาสอนลูกผผมอย่าหลงหัวโขน ตอนถ่ายผมไม่กล้าเข้าไปใกล้เลยเขาไปแล้วทำให้เขาหงุดหงิด ผมเน้นไปตั้งแต่แรกแล้วว่าหนังผู้สาวขาเลาะต้องฮา ไม่ใช่บ้านทรายทอง หรือลูกอีสาน กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ ถ่าย 6 วัน 4 ที่ มีแต่เถียงนา และบ้าน มีแต่บทดราม่า ผมขอเพิ่มบทฮาสนุกๆ แบบสาวขาเลาะก็ไม่ได้ ทำงานต้องเปิดใจกว้าง ผู้จ่ายเงินจะได้มีความสุข ผมตั้งใจสร้างหนังเรื่องนี้มาก สร้างออกมาไม่เข้าตาก็อายคนเขา ยังไงผมก็ทำหนังเรื่องนี้ต่อกันเอง เอาความคิดของแต่ละคนมาช่วยกัน ลำไยเป็นยังไง อามเป็นยังไง นักแสดงคนอื่นเป็นยังไง เอาความเป็นธรรมชาติของตัวเองออกมา แล้วก็จ้างทีมถ่ายหนังในกรุงเทพฯ ถ่ายต่อก็ได้” ประจักษ์ชัยกล่าว

 

เนื้อหายอดนิยม