10มหาเศรษฐีเมืองลาว บอกเลยไม่ธรรมดา ติดดิน หรู ไฮโซ เจ้าพ่อรวยระดับพันล้าน  

10 มหาเศรษฐีเมืองลาว บอกเลยไม่ธรรมดา ติดดิน หรู ไฮโซ เจ้าพ่อรวยระดับพันล้าน  

ถึงประเทศลาวจะถูกมองว่าเป็นประเทศที่ยากจนประเทศหนึ่งของโลกแต่เชื่อหรือไม่ว่าทีลาวกลับมีมหาเศรษฐีอยู่เป็นจำนวนมากและที่เรียกว่าเป็นคนดังมีอันจะกินมีทรัพย์สินระดับพันล้านเนี่ยเยอะมากและที่เรียกว่าโด่งดังมีกระแสเห็นจะเป็น 10 คนนี้

1.เจ้ ดาวเรือง หรือ”เจ้าแม่ดิวตี้ฟรีลาว จากเด็กขายกล้วยปิ้ง สู่นักธุรกิจพันล้าน ที่รู้จักกันดีคือ “กาแฟดาว” เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย 7 ปีแล้ว ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซำ บาย ดี จำกัด ที่มี คุณยุวดี วรวัฒน์ เป็นผู้จัดการ บริษัทนี้ คุณเฮือง (เหลื่อง) ลิดดัง วัย 60 กว่า หรือที่รู้จักกันในนาม เจ๊ดาวเรือง

ให้ลูกสาวคนโต “คุณบุนเฮือง ลิดดัง” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่คนไทยที่ไปลาวไม่ว่าจะไปทางช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี หรือทางด่านที่จังหวัดหนองคาย ต่างก็เป็นลูกค้าร้านดิวตี้ฟรีของดาวเรืองกรุ๊ป ซึ่งเป็นกิจการหลัก โดยมีเจ๊ดาวเรือง หญิงเก่งเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ อันเป็นธุรกิจแรกเริ่มของกลุ่มก่อนจะแตกไลน์ไปในธุรกิจอื่นๆความเก่งกล้าสามารถของเธอนั้นส่วนหนึ่งคงเป็นผลพวงจากพ่อแม่ที่เป็นชาวเวียดนาม ส่วนตัวเธอเองนั้นเกิดที่ลาว มีสัญชาติลาว เลยทำให้พูดได้หลายภาษาทั้งไทยและเวียดนาม

2.คุณยายพัน ที่เรียกขานกันทั่วไปว่า “ตู้พันสายคำใหญ่” หรือ “คุณยายพันสร้อยคอใหญ่” ลูกค้าประจำของร้านทองพูวง บอกเลยว่านี่แหละคือคนรวยตัวจริงอีกคนหนึ่งที่โด่งดังมากในลาว ทรัพย์สมบัติของเธอนั้นเรียกได้ว่ามีกินเหลือใช้ไปอีก10 ก็ไม่หมด เป็นคนรวยที่โด่งดังในโลกโซเซียลจากการที่เห็นใส่ทองหยองเต็มตัวออกมาเดินตลาดพร้อมพกปืนลูกซองเหน็บเอว ประมาณที่กล้าใส่ทองเส้นเท่าบ้านคล้องคอออกไปเดินตลาดนัด ถ้โจรคิดจะลองดีกับยายก็กินลูกปืนยายไปก่อนละกันนะ

3.“ไซซะนะ” หรือที่ชาวลาวเรียกขานกันติดปากว่า “เฮียลบ” เกิดที่บ้านดอนลับ เมืองหินบูน แขวงคำม่วน (ตรงข้าม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม) ไม่มีใครยืนยันถึงฐานะดั้งเดิมของเฮียลบ นอกจากคำบอกเล่าผ่านสื่อโซเชียลว่า เขาได้หย่ากับภรรยาคนแรก และมีภรรยาคนใหม่อยู่ในเวียงจันทน์ 5 – 6 กว่าปีมานี้ เฮียลบร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตา คนส่วนใหญ่จะทราบว่าเขาประกอบธุรกิจโรงเลื่อย และมีชื่อเสียงโดดเด่นในสังคมคนชั้นสูงเฮียลบ ชอบสะสม ‘รถซูเปอร์คาร์’ สุดหรูมากกว่า 20 คัน ทั้ง ลัมโบกินี , ปอร์เช่ , ออดี้ ฯลฯลาว ประเทศเล็กๆ มีประชากร 6 ล้านกว่าคน และคาดว่ามีคนร่ำรวยที่สุดไม่กี่ตระกูล ฉะนั้น ‘เศรษฐีใหม่’ อย่างเฮียลบ ใครต่อใครย่อมรู้จักมักคุ้น

4.ไฮโซไฮซ้อเมืองไทยอาจต้องชิดซ้าย หลบให้เธอคนนี้ “Sisangien Sihalath” หรือ “แอปเปิ้ล” สาวไฮโซจากนครเวียงจันทน์ประเทศลาว บ้านหลังโตๆ มีพี่เลี้ยงคอยรับใช้ดั่งเจ้าหญิง ขับรถมินิคูเปอร์ มีเงินเหลือๆ ที่จะใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด พ่อแม่ตามใจ ไม่ต้องทำอะไรก็สบายไปตลอด… แต่ชีวิตคุณหนูก็ทำให้แอ๊ปเปิ้ลเรียนรู้อะไรได้หลายอย่าง เธอเปลี่ยนชีวิตตัวเองจากความหรูหรา ฟุ่มเฟือยมาสู่ความมุ่งมั่นทั้งการเรียนและการงานธุร

กิจของครอบครัวสีหะราชที่นคร เวียงจันทน์ ประเทศลาว นอกจากคุณพ่อจะเปิดเกสต์เฮาส์ที่ชื่อ “สีสะหง่า” ซึ่งเป็นชื่อของคุณแม่แล้ว ยังมีธุรกิจดิสทริบิวเตอร์นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังรายใหญ่ของ ลาวอีกด้วย ซึ่งเป็นธุรกิจของคุณแม่ ทุกธุรกิจของครอบครัวจะใช้ชื่อว่า “สีสะหง่า” เพราะคุณพ่อให้เกียรติคุณแม่ให้ธุรกิจเป็นชื่อคุณแม่ทุกแห่ง

5.”ปีเตอร์ จัน” มีชื่อจริงว่า สักไซ วงมาลาสิด เป็นคนลาวเชื้อสายจีน เกิดอยู่ที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2518 เขาอพยพไปสร้างหลักปักฐานทำธุรกิจอยู่ในฝรั่งเศส โดยเปิดห้างสรรพสินค้า “ตังแฟ” กลางกรุงปารีสปัจจุบัน ปีเตอร์ จัน ยังมีธุรกิจอยู่ในฮ่องกง จีน และไทย ซึ่งคนไทยอาจคุ้นชื่อแบรนด์ “อร่อยดี” กะทิสด โดยเขามีสวนมะพร้าวอยู่ในแขวงสะหวันนะเขตนับพันไร่ สำหรับธุรกิจในเมืองลาว ปีเตอร์ จัน ในฐานะประธานบริษัท ลาวเวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่มีห้างลาวไอเต็ก, ห้างสะหวันไอเต็ก รวมถึงธุรกิจก่อสร้าง และการเกษตรล่าสุด

ปีเตอร์ จัน เพิ่งตั้งโมเดิร์นเทรดชื่อ “ไอเต็กมอลล์” อยู่ข้างๆ ลาวไอเต็ก เพื่อดึงคนลาวไม่ให้ข้ามโขงไปช็อปปิ้งที่โลตัส สาขาหนองคายบริษัท ลาวเวิลด์ จำกัด (มหาชน) เข้าตลาดหลักทรัพย์ลาว เมื่อปลายปี 2014 และอาณาจักรลาวเวิลด์นั้น ใกล้ชิดกับผู้บริหารช่องลาวสตาร์ ทีวีเอกชนรายแรกของลาว

6.อ๊อด พงสะหวัน คือประธานกลุ่มบริษัทพงสะหวัน และผู้อำนวยการใหญ่ ธนาคารพงสะหวัน สปป.ลาว ธนาคารเอกชนที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดของลาว (รองจากธนาคารรัฐ) ทั้งที่เพิ่งตั้งได้เพียง 6 ปี และเป็นผู้ปฏิวัติวงการธนาคารกล่าวคือ ทำให้ลูกค้าสามารถใช้บัตรเอทีเอ็มลาว เบิกเงินบาทจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพในประเทศไทยได้

7.สองใหญ่ อินศรีเชียงใหม่ เธอผู้นี้คือนักธุรกิจจากสะหวันนะเขต สปป.ลาว หรือที่รู้จักในนามว่า เมย์ อายุ 26 ปี บุตรชายของ นายสุวรรณกร กาศรีซงเดช (เสียชีวิต) และนางวิไลวรรณ อินศรีเชียงใหม่ ครอบครัวของเธอทำธุรกิจเกรย์มาร์เก็ตนำเข้ารถยนต์หรู ชื่อบริษัท Phonesavanh Trading และยังมีธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้านำเข้าจากประเทศไทยส่งขายที่ประเทศเวียดนาม และอีกหนึ่งธุรกิจที่เมย์เริ่มต้นหยิบจับด้วยตัวเอง คือขายจิวเวลรี่ระดับไฮเอนด์ในเมืองลาว และมีการซื้อขายที่ดินเป็นงานอดิเรกประปราย เรียกว่าฐานะของครอบครัวอยู่ในระดับเศรษฐีเมืองลาวก็ว่าได้

8.อดีตผู้นำประเทศ คำไต สีพันดอน เป็นชาวแขวงจำปาสัก เกิดในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1924 เกิดในแขวงจำปาสัก แต่ข้อมูลอีกแห่งระบุไว้ว่าเป็นชาวเวียดนามแท้ๆ มีชื่อเวียดนามว่า เหงียนไตยาง บ้างก็ว่าเป็นชาวไทยอีสานเกิดที่ นาจะหลวย อุบลราชธานี แต่นี้เป็นเพียงแค่ข้อมูลการเกิดที่มีผู้กล่าวต่างกัน  เคยเป็นผูนำประเทศของลาวมายาวนานจัดได้ว่าเป็นผู้ทรงอำนาจคนหนึ่งในประเทศ คาดการณ์กันว่าเขามีมูลค่าทรัพย์สินหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ

9.สามพี่น้องเศรษฐีลาวตระกูล “สุคะบันดิต” ภายใต้การนำของพี่ใหญ่ที่ชื่อ วัดดานา กำลังเร่งสร้างอาณาจักร สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ ด้วยแผนธุรกิจทั้งรุกและรับ หาผู้ร่วมทุน สร้างความแข็งแกร่ง รักษาฐานมั่นในตลาดลาว ต่อกรกับคู่แข่ง หลังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดตัว บริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 27 ปี เป็นธุรกิจครอบครัวของตระกูลสุคะบันดิต จากร้านค้าที่เป็นห้องแถวเล็กๆ ขายสินค้าด้านวัสดุก่อสร้าง จนวันนี้เติบใหญ่เป็นห้างขนาดใหญ่ มีหลายสาขา มียอดขายกว่าพันล้านบาท กลายเป็นศูนย์ค้าปลีกอุปกรณ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นเชนเดียวที่เป็นสัญชาติลาว ปัจจุบัน บริษัทถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งหลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ลาว เพื่อนำเงินมาขยายสาขา พร้อมเสริมเขี้ยวเล็บเพื่อ “ต่อกร” กับยักษ์ข้ามชาติ ที่กำลังเยื้องกรายเข้ามา

10.นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว เรียกว่าเขาคือคนที่มีวิสัยทัศน์แปลกใหม่ มีหัวเป็นนักธุรกิจและมองการไกล โดยเฉพาะมุมมองเรื่องการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจของลาวที่ลดการพึ่งพาจากจีนลง และมีแนวนโยบายในการเพิ่มรายได้เพื่อให้ลาวไม่ถูกมองว่าเป็นประเทศที่ยากจนทีสุดในโลกทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาวคนใหม่ จึงหันเหทิศทางของประเทศมาเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการทำความตกลงการค้ากับไทย หรือ กัมพูชา หรือความพยายามอิงเศรษฐกิจของประเทศเข้ากับการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคของอาเซียน มีความพยายามสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจขึ้น ผ่านทางเขตเศรษฐกิจพิเศษกว่า 10 เขตที่จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ มีธุรกิจแตกต่างกันมากกว่า 200 ธุรกิจอยู่ภายในเขตดังกล่าว แม้ระดับการพัฒนาธุรกิจเหล่านี้จะยังแตกต่างกันอยู่ก็ตาม มีตั้งแต่บริการเพื่อการบันเทิง, โลจิสติกส์, อุตสาหกรรมการผลิต และกิจการค้าต่าง ๆ ก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 11,000 คน แม้ว่า 60 เปอร์เซ็นต์จะเป็นคนต่างชาติก็ตามเอดีบี เชื่อว่า ด้วยการดำเนินการตามทิศทางดังกล่าวนี้ การเกาะกุมโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันแน่นแฟ้นมากขึ้นของอาเซียน ก็เป็นไปได้ไม่ยากรายงานวิเคราะห์ของเอดีบีเชื่อว่า ลาวจะเร่งการขยายตัวและการพัฒนาของประเทศได้ในที่สุด นั่นคือการหลุดพ้นจากความเป็นประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดให้ได้ในปี 2020 หรือปี 2563 ที่จะถึงนี้

เนื้อหายอดนิยม