สาวสู้มานะชีวิต! เรียนจบ3ปีครึ่ง คว้าเกียรตินิยม ไม่ลืมเคยอดีต ยากจนที่สุดในหมู่บ้าน

เส้นทางชีวิตกว่าจะมาเป็น CEO บริษัท DWPLUS “เคยติดหนี้ จนคิดฆ่าตัวตาย”
เรื่องของนิดเป็นเด็กกำพร้า พ่อเสียตั้งแต่อายุ4ขวบเจ้าของเฟสบุค Aunchalee Potituk  เป็นลูกชาวนาจนที่สุดในหมู่บ้าน ไม่มีพ่อซึ่งเคยเป็นเสาหลักของครอบครัว ตั้งแต่พ่อเสียนิดกับแม่และพี่สาวลำบากกันมาก ไม่มีเงินไปโรงเรียนเลยสักบาท แม่ต้องรับจ้างทำงานก่อสร้าง ซึ่งงานก่อสร้างมันเป็นงานของผู้ชาย แต่แม่ก็ต้องทำเพื่อที่จะได้มีเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือ  บางวันเรากินปลาทูตัวนึงกิน3คน บางวันไข่1ฟอง ต้องหุงข้าวแล้ว ทอดไข่กินพร้อมกัน  ตอนนั้นคือกินเพื่ออยู่จริงๆ
พอถึงฤดูทำนา นิดกับแม่ก็ต้องไปรับจ้างเกี่ยวข้าว เพื่อให้มีเงินจุนเจือครอบครัว และเก็บไว้ใช้ เพราะฤดูเก็บเกี่ยวมีแค่ปีละครั้ง  ในฤดูทำนา นิดต้องตื่นตี4ออกไปรับจ้างเกี่ยวข้าว ตี4-7โมง เกี่ยวข้าวได้ประมาน50 กอง ตอนนั้นได้กองละบาท ก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน หลังจากเลิกเรียนก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปนาอีก แต่ช่วงเย็นจะไปช่วยแม่ทำนาของตัวเอง เรา3คนลำบากกันมาก เพราะไม่มีพ่อ และไม่มีรถ นิดเดินจากบ้านถึงนา ระยะทาง3กิโล ทำแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนโต
บ้านนิดจนมาก ชุดนักเรียนมีชุดเดียว เป็นชุดจากที่โรงเรียนแจกเด็กยากจน หลังจากเลิกเรียนต้องรีบกลับมาซักตากจะได้ใส่พรุ่งนี้ต่อ ใช้ชุดเดียว ป1-ป6เพราะเปนเดกตัวสูง หลังจากจบ ป.6 ก็เข้าเรียน มัธยม โชคดีตอนนั้นมีทุนกู้ยืม เลยทำให้แม่สบายขึ้นมาหน่อย พอจบม.6 แม่ไม่มีเงินส่งเรียนต่อ มหาลัยแล้ว แต่นิดอยากเรียนต่อ อยากเรียนให้จบ ไม่อยากยอมแพ้ความจน เลยมีเพื่อนคนนึงบอกว่าให้กู้ทุนและไปอยู่หอด้วย นิดก็เลยได้เรียนต่อ แต่ทุนก็ได้แค่เดือนละ3000 ซึ่งไม่พอค่ากินและค่าห้อง
หลังเลิกเรียน นิดเลยไปสมัครงาน part time พิชซ่า ได้ค่าแรงเป็นชั่วโมง ทำงานเลิกเที่ยงคืนทุกวัน ทำให้นิดเรียนช้ากว่าเพื่อน เพราะเรียนคณะวิทยาศาสตร์ นิดเครียดมากไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดสินใจดรอบเรียนก่อนเพื่อหาเงิน และปีหน้าค่อยเรียนใหม่ เรื่องนี้ไม่เคยบอกแม่ กลัวแม่ไม่สบายใจ หลังจากนั้นนิดก็ได้ย้ายไปอยู่กับแม่ เพราะแม่ขึ้นมาอยู่ กทม มาขายไก่ย่าง จากนั้นนิดก็ได้ไปสมัครเรียนใหม่ และกู้ทุนกู้ยืมเพื่อนการศึกษาที่ ม.ศรีปทุม และก็ทำงาน part time KFC ไปด้วย ตอนนั้นชั่วโมงละ25บาท ทำหลังเลิกเรียน เดือนนึงก็ได้ประมาน6000
นิดไม่เคยมีช่วงเวลาเที่ยวดูหนัง เดินห้างเหมือนเพื่อนคนอื่นๆเลย เลิกเรียน นั่งรถเมล์ฟรีไปทำงาน เลิกงานเที่ยงคืน กลับบ้าน ตื่น6โมง เพื่อนมาเรียนที่ศรีปทุม ไกลจากที่พักมาก แต่นิดก็เรียนจบในเวลาแค่3ปีครึ่ง และได้รับเกียรตินิยมด้วย เพราะความขยันไม่ยอมแพ้ของตัวเองล้วนๆหลังจากเรียนจบนิดได้ไปทำงานที่สถาบันผิวหนังประมาน3เดือน ทำได้พักหนึ่งคำนวนค่าใช้จ่ายแล้วไม่เหลืออะไรเลย จึงคิดว่าจะทำไปทำไม เลยลาออก  หลังจากลาออกแล้ว นิดก็มีเงินเก็บอยู่จำนวนนึงจากการทำงานตอนเรียน เรยคิดหาทำเลเปิดร้านนมข้างๆมหาลัยศรีปทุม สรุปไปไม่รอด เพราะค่าที่มันแพง นิดติดหนี้ที่ยืมป้ามาหมุนค่าใช้จ่ายในร้าน เกือบ4แสน ตอนนั้นเงิน4แสนมันเยอะมาก สำหรับคนจนๆ ตอนนั้นหาทางออกไม่ได้ เคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีทางออกแล้ว นิดเครียดมากจนไม่กลับบ้านไปหาแม่เลย หายไป1ปี นานๆโทรหาแม่ทีนึง เพราะหาเงินมาใช้หนี้ป้าไม่ได้
หลังจากนั้นโชคก็เข้าข้าง นิดได้รู้จักเพื่อนคนนึงเป็นพริตตี้ เพื่อนเห็นนิดหุ่นสูง เลยชวนไปสมัคร เดินแบบ ตอนนี้พอจะมีรายได้ และก็ส่งให้แม่ใช้หนี้จนหมด แต่อาชีพนี้มันก็ไม่ได้มีงานตลอด และนิดก็ได้เจอกับพีทแฟนนิด เรา2คนต่างก็ไม่มีงานทำเหมือนกัน เหลือเงินติดตัวกันอยู่30,000ก้อนสุดท้ายของชีวิตก็ไม่รู้จะทำอะไร หลังจากนั้นนิดเห็นน้องสาวใช้ครีมแบรนดฺนึง ซึ่งหน้าน้องใสมาก นิดเลยไปขอดูว่าซื้อจากไหน เห็นเค้ามีรับตัวแทนเลยไปสมัครตัวแทน ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการขายออนไลน์ แต่เห็นตัวแทนของเค้าขายได้ ในใจนิดคิดอยู่อย่างเดียวว่า คนอื่นขายได้นิดก็ต้องขายได้ เอาเงินก้อนสุดท้าย30,000ไปลงทุนขายครีมเลยจ้า ลองขายในไอจีก่อน ให้น้องแฟนสอนเล่นไอจี และก็กลายเป็นแม่ค้าออนไลน์ต้นๆ เพราะยังไม่มีแม่ค้าออนไลน์เลย ในช่วง5ปีก่อน
และอาชีพแม่ค้าก็ยังไม่พอใช้ นิดกับแฟนไปยืมเงินที่บ้านแฟนแสนกว่าบาท ไปลงทุนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำหน้า ม.รังสิต ตอนนั้นทั้งขายครีม ทั้งขายก๋วยเตี๋ยว เหนื่อยมากๆ ทำงาน2อย่าง มันเหมือนเราทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ขายก๋วยเตี๋ยวลูกค้าเข้าทั้งวัน ไม่มีเวลาโพสขายครีม ลูกค้าทักมาก็ตอบช้า เราเลยปรึกษากันว่า ควรเลือกอย่างใดอย่างนึงดีกว่า ตอนนั้นนิดเลือกขายครีมอย่างเดียว เพราะ  1.เรามีเวลาเยอะ อยู่ที่ไหนก็ขายได้ 2.เห็นกำไรเลยรับออเดอร์ส่งไปรษณีย์ จบแล้วงาน1วัน 3.ไม่เหนื่อยเหมือนขายก๋วยเตี๋ยว ขายเตี๋ยวต้องตื่นตี5 ไปตลาด กลับมาเตรียมเปิดร้าน ขายเหนื่อยมาก ลูกค้าเข้าทั้งวัน ตอนเย็นนับกำไร เหลือ2000 หักค่าจ้างพนักงาน ค่าที่ แทบไม่เหลือให้ตัวเองเลย
นิดคิดว่านิดคิดถูกที่เลือกอาชีพขายออนไลน์ เพราะกิจการนิดเริ่มโตขึ้นๆ จากการที่เราขยัน ขยันหาลูกค้า ขยันหาตัวแทน จนมีวันนึง เราพอมีเงินทุนที่จะทำแบรนด์ของตัวเอง นิดเลยเอาเงินไปลงทุนทำกลูต้า และได้คิดชื่อกลูต้าว่า De’white gluta (กลูต้าหน้าเด็ก)ที่ทุกคนรู้จักนั้นแหละค่ะ และนิดก็ไม่หยุดพัฒนา ขายทุกอย่างที่ทำให้ได้เงิน จนตอนนี้ แบรนด์นิดโตขึ้น มีสินค้า5อย่าง มีตัวแทนเกือบ1000คน ส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน ซื้อบ้านให้แม่ ซื้อบ้านให้ตัวเอง มีรถขับ มีเงินเก็บ และที่สำคัญ มีบริษัทเป็นของตัวเอง ชีวิตดีขึ้นเพราะความขยันและอดทนของตัวเองทั้งหมด
 อยากจะบอกทุกคนว่า ความจนไม่ใช่อุปสรรคของความรวยเลยค่ะ แต่ความขี้เกียจต่างหากที่ทำให้เราจน  ความพยายามไม่เคยทำให้ใครแพ้ ตอนนิดจนมาก นิดคิดตลอดว่าต้องรวยให้ได้ ต้องมีทุกอย่างให้ได้ แม้จะล้มสักกี่ครั้งก็ลุกขึ้นมาให้เร็วที่สุดค่ะจนมามีวันนี้   ขอบคุณข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Aunchalee Potituk  หรือ  https://www.facebook.com/parichma.skincare.7 เพจแบรนด์ https://www.facebook.com/DeWhiteGlutaNatural/

เนื้อหายอดนิยม