เหลือเชื่อ “หญิง ร็อกสยาม” เสกน้ำรักษาโรค มะเร็ง,เอสแอลอี โคม่าใกล้ตายยังรอด! สุดมหัศจรรย์ดึงเจ้ากรรมนายเวรมาสิงร่างผู้ป่วย

เหลือเชื่อ “หญิง ร็อกสยาม” เสกน้ำรักษาโรค มะเร็ง,เอสแอลอี โคม่าใกล้ตายยังรอด! สุดมหัศจรรย์ดึงเจ้ากรรมนายเวรมาสิงร่างผู้ป่วย

มหัศจรรย์ อดีตนักร้องดัง “หญิง ร็อกสตาร์” เปิดตัวเผยความสามารถพิเศษ “เสกน้ำรักษาโรค” สุดทึ่งรักษา “หมอลาว” ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย , รูมาตอยด์, คนใกล้ตายอาการโคม่ายังฟื้น ช่วยชีวิตเด็กหญิงป่วยเอสแอลอี ค่าเลือดเป็นพิษแผลเหวอะทั้งตัวให้กลับมาเป็นเด็กปกติ เสกน้ำผ่านวีดีโอคอลก็ทำมาแล้ว เผยต้องดึงเจ้ากรรมนายเวรออกจากร่างผู้ป่วย ให้มาสิงร่างผู้ป่วยเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องการ ลั่นไม่มีรายไหนไม่สิง ทั่วโลกแห่จองคิว ประกาศตอบแทนแผ่นดินเตรียมรักษาฟรีคนจนที่ป่วยหนักไม่มีทางรอด

หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปนานเลยทีเดียวสำหรับอดีตนักร้องดัง “หญิง ดับเบิ้ลยู” พรวิสา มีลาภสม ที่เคยออกอัลบั้มเพลงดูโอกับ “จั๊ก ชวิน” และตอนหลังก็ผันตัวไปเป็นนักร้องลูกทุ่งในมาดทอมบอย รู้จักกันในนาม “หญิง ร็อกสยาม” จากนั้นก็ย้ายไปอยู่เยอรมัน และกำลังเป็นที่ฮือฮาในต่างประเทศในนามของ “ดร.หริ” ผู้ใช้ “น้ำเปล่า” รักษาโรค พูดกันแบบบ้านๆ คือ เสกน้ำรักษาโรค!

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หญิงเดินทางไปรักษาโรคร้ายมาแล้วหลายประเทศ รวมๆ แล้วประมาณ 20 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่มารักษากับหญิงส่วนมากจะเป็นโรคร้ายไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง , เอสแอลอี , รูมาตอยด์ฯลฯ ล้วนเป็นโรคที่รักษาไม่หาย รอวันตาย เป็นผู้ป่วยที่ไร้ความหวัง ผู้ที่ยมทูตใกล้จะมาเอาชีวิตเท่านั้นถึงจะมารักษากับหญิง

ไม่ว่าจะเป็นเคสของเด็กผู้หญิงอายุ 11 ขวบ อยู่สวิสเซอร์แลนด์ ป่วยเป็นโรคเอสแอลอีจนมีแผลพุพอง ค่าเลือดเป็นพิษสูงถึง 7000 จนปัจจุบันค่าเลือดลงเป็นปกติแผลแห้งหายจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ,เคส “คุณหมอลาว” รองผอ.โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศลาว ที่เดินทางมารักษามะเล็งลำไส้ระยะ 3 ที่ไทยและมีโอกาสได้พบกับหญิง ปัจจุบันก็กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ , เคสคุณลุงที่นครสวรรค์ติดเชื้อในกระแสเลือดเข้าไอซียู จนญาติๆ พากันเข้ามาดูใจเพราะอาการย่ำแย่คาดว่าจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็ยังมีชีวิตรอดจนถึงทุกวันนี้

ความมหัศจรรย์ไม่หยุดอยู่แค่นั้น แม้แต่เสกน้ำผ่านวีดีโอคอลให้ผู้ป่วยดื่มก็ทำมาแล้ว ได้ผลแค่ไหนไม่ทราบ รู้แต่ว่าญาติผู้ป่วยถึงขั้นต้องส่งตั๋วเครื่องบินมาให้เพื่อให้หญิงบินกลับมาช่วยรักษาที่เมืองไทย….ป้าดดดดดด

วันนี้หญิงเดินทางกลับมาที่เมืองไทย บันเทิงผู้จัดการออนไลน์จึงไม่พลาดที่จะคว้าตัวมาสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวความมหัศจรรย์ จากชะนี เป็นทอม และก็กลายคนมหัศจรรย์รักษาโรคด้วยน้ำเปล่า บอกเลยว่า งง นี่มันยุคดิจิตอลแล้วนะ

สมาธิจุดพลัง จู่ๆ ก็เกิดอาการ เขียนยันต์ลงอักขระให้ตัวเอง
“หญิงย้ายไปอยู่เยอรมันมา 3 ปีแล้ว ก่อนหน้าก็ทำธุรกิจและก็รับงานร้องเพลงในเมืองไทย และก็ไปเป็นพิธีกรให้คุณหญิงสุดารัตน์ สร้างสถานที่ประสูติพระพุทธเจ้า เราไปช่วยงานโครงการนี้ 1 ปีเต็มๆ ต้องเดินสายไปทำบุญที่โน่นที่อยู่ตลอด เรียกว่า 1 ปีนี้ทำบุญตลอด ระหว่างนั้นก็จะได้เจอครูบาอาจารย์เก่งๆ ที่มาร่วมทำบุญกับโครงการ เราก็จะได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุย ซึ่ง ณ จุดนั้นตอนนั้นเราไม่มีเซ้นส์ไม่มีอะไรเลย เป็นคนใช้ชีวิตปกติที่ยังกินเหล้าเที่ยวแต่เป็นคนที่ชอบทำบุญ”
“พอเริ่มทำบุญมากขึ้นๆ ก็เลยลองหัดนั่งสมาธิเองที่บ้าน แล้วนั่งไปไม่นานก็มีอาการเขียนยันต์ใส่ตัวเอง เราก็แบบ เอ๊ะ…ทำไมเขียนยันต์ เริ่มเขียนยันต์ใส่ตัวเอง ลงอักขระใส่ตัวเอง เราก็ตกใจ คิดว่าจิตมันคงปรุงแต่ง คิดเองเออเองเปล่า ก็นั่งอีกก็เป็นอีกก็เลยไม่นั่งเลย กลัวเพราะไม่รู้ว่านี่มันคืออะไร เกิดอะไรขึ้นกับเรา คราวนี้ไหว้พระแล้วก็นอนเลยไม่นั่งสมาธิ”
“จากนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ก็งงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนได้ไปเจอกับคุณแม่จันทรา ฤกษ์ยาม เขาไม่ได้เป็นแม่ชีแต่ถือศีล 5 เขียนหนังสือเสียดายคนตายไม่ได้อ่านมีชื่อเสียงโด่งดังทางภาคอีสาน เราก็ถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นท่านก็บอกว่า ในภายภาคหน้าเราได้จะช่วยคน เราก็งงว่าจะช่วยยังไง ลำพังแค่ตัวเองเองยังเอาตัวไม่รอด เราเป็นทอมเป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่ ผู้ชายก็ไม่ใช่ จะไปช่วยคนอื่นได้ยังไง ท่านก็บอกให้รอดูต่อไปว่าจะเป็นไปตามที่บอกไหม”

โดนทำของใส่ คลั่งหนักอยากตาย หยิบมืดจะปาดคอตัวเอง เลยทำให้ต้องเดินสายหาอาจารย์ดีแก้ของ จนทำให้ค้นพบความสามารถพิเศษ ของเก่าในอดีตแดจาวูเชื่อมต่อกับปัจจุบัน
“จุดที่ทำให้เริ่มต้นค้นหาว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเราคืออะไร น่าจะเกิดจากตอนนั้นมีเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป ตอนนั้นก็เริ่มมีปัญหากับแฟนตัวเอง คือเขาไปแอบมีผู้ชายเราก็เริ่มทะเลาะกัน เรารู้สึกไม่อยากจะเห็นหน้าเขา และชีวิตก็เกิดเรื่องราวแปลกๆ เช่น ไปตรงไหนก็จะเห้นงู มีงูมาตัดหน้ารถ งูจะมาปรากฏให้เห็นในสถานที่ที่ไม่ควรอยู่ กระทั่งเลิกกับแฟนก็ไปเที่ยวพัทยากับเพื่อน เราก็ไปจับโคโยตี้ไม่ถึง 10 นาที โคโยตี้เข้าแอดมิดเดี๋ยวนั้นเลย พอกลับมาน้องคนที่พาเราไปเที่ยวก็โดนรถชน รถบี้แบนหมดเลยทั้งที่ขับแค่ 60 เพื่อนข้างหลังนี่คือเลือดไหลอาบเลย โชคดีที่เราไม่ได้ไปกับเขาด้วย คือคนที่อยู่ใกล้ตัวเราจะต้องซวยหรือเจออะไร ส่วนตัวเราเองก็จะมีอาการกินอาหารไม่ได้ กินแล้วอาเจียน กินน้ำก็อาเจียน ท้องเสีย ไม่หลับไม่นอน แล้วก็เริ่มเป็นมากขึ้นถึงขนาดจะฆ่าตัวตาย หยิบมีดมาจะกรีดคอ แล้วก็โทรหาคนโน้นคนนี้เพื่อจะลาตาย แต่ทุกคนก็ไม่เข้าใจเพราะพูดไม่รู้เรื่อง มันสติแตกมากจนสุดท้ายยกมือไหว้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย พอยกมือไหว้ปุ๊บก็ถอดเสื้อนอนลงไปกับพื้น พอมีสติก็รีบออกจากบ้าน เพื่อนรุ่นน้องมาเจอเราก็บอกว่าอาการของเรามันเหมือนคนโดนของ เพราะผอมจนแบบว่าไม่ใช่เราเลย”

“ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อเพราะเรานับถือศาสนา ที่ผ่านมาก็ไหว้พระทำบุญตามปกติ เพื่อนมันก็บอกว่าไปเถอะ ไปลองดูไม่เสียตังค์เผื่อจะหาย เขาพาผมไปตรงห้องพักแถวๆ วิภาวดี ไปพบอาจารย์ท่านหนึ่ง ยังไม่ทันจะทำอะไรเลยผมก็ยืนสั่นแบบผีเข้า เขาก็บอกว่าให้ยื่นมือมา ขนาดแม่บ้านจับตัวผมแล้วพอง คือไฟมันเผา คือร้อนไม่ไหวแล้ว เขาบอกไม่ต้องกลัวเดี๋ยวจะสู้ได้และจะมีวิชาขึ้นมาเอง เราก็คิดในใจจะสู้ยังไง บ้าหรือเปล่าเพราะเราไม่เคยเรียนคาถาอาคม เขาบอกต้องปล่อยให้จิตต่ำ เราก็เป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อันนี้เป็นศาสตร์ของพม่า ผมก็บอกไม่เอาๆ ผมไม่ใช่สไตล์นั้น ซึ่งมันก็ไม่หาย ตอนกลางคืนนอนไม่หลับเป็นหนักกว่าเดิมอีก วันนั้นแฟนกลับมาขอคืนดี เราฟังเขาไม่รู้เรื่อง สิ่งที่เราได้ยินคือเขาพูดออกมาเหมือนเป็นภาษาเทพ เราก็กลัวเฮ้ย…นี่อะไร”

“ชีวิตช่วงนั้นตรงไหนดี ตรงไหนจะแก้ได้ผมไปหาหมด ไปรดน้ำมนต์มาไม่รู้กี่ที่ จนมีแฟนคลับที่ลาวเขาก็บอกว่า เขามีครูบาอาจารย์เก่งๆ เราก็ลองไปดู ท่านเป็นครูบาอาจารย์บ้านเมืองของที่ลาว พอไปถึงผมก็ไปพูดภาษาอะไรใส่เขาไม่รู้ เราพูดโดยไม่รู้ตัว เราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรในตัว เราก็ยังไม่เชื่อ คิดว่าอาจจะเป็นผีหรือเรื่องจิตวิทยา แต่ตอนนั้นเชื่อแล้ว่าโดนของล้านเปอร์เซ็นต์ ท่านก็จัดพิธีใหญ่ให้เลยที่วัดพระแก้ว ตอนทำเรานอนกลัว หนาวสั่น เขารักษาแค่ครั้งเดียวหายเลยหมดไปเป็นแสน”

“หลังจากที่หายเรารู้สึกเราไม่เหมือนเดิม เรารู้สึกเราเหมือนมีอะไรบางอย่าง รู้สึกแบบ powerful โดยที่แบบไม่ต้องฝัน
มันทำให้เรานึกไปถึงอาจารย์ทองทิพย์ท่านเคยทักว่า คนนี้มีฤทธิ์เยอะ มีกสิณน้ำ ถึงเวลาจะได้ช่วยคนแต่อาจถูกสั่งสอนจนกว่าจะได้เรียนรู้ วันหนึ่งจะได้ช่วยเหลือมนุษย์ ซึ่งทักมากก่อนจะโดนของอีก จิตมันจะนำจิตเอง คนเราต่อให้คุณเกิดกี่ชาติคุณก็จะต้องเป็น เช่น ชาติแล้วเราเป็นคนส่งสาร ชาตินี้ก็ต้องไปเป็นนักข่าว คุณจะต้องเดจาวูอย่างนั้นไปเรื่อยๆ อาจจะแค่บิดเบือนไปนิดหน่อย”

“ถามว่าทำไมต้องเป็นน้ำ วิชามันมาได้ยังไง มันเดจาวูจากคำว่าน้ำ มันเหมือนมีจิกซอว์ว่าน้ำนะ ไปไหนก็จะมีแต่น้ำ เหมือนจิกซอร์ที่พยายามบอกเราว่า ต้องเป็นน้ำ น้ำเป็นสื่อ ก็เหมือนสมมติชาติที่แล้วคุณถือกระสิณไฟ คุณก็ต้องใช้ไฟ แต่ผมกระสิณน้ำ”

อึ้งกันไปเลย ช่วย “หมอลาว” ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะ 3 ให้รอดตาย แค่กินน้ำเปล่า ไม่ต้องทำคีโม
“เคสแรกเป็นคุณหมอที่ลาว เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ลาว ท่านขอไม่ให้เอ่ยชื่อ คุณหมอรักษาตัวอยู่ที่รพ.ลพบุรีด้วยโรคมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย ต้องทำคีโม ซึ่งวันนั้น เราไปเจอเขาออกจากไอซียู แล้วหมอทั้งหมด 5-6 คนยืนอยู่ปลายเท้า เขาก็นอนขยับตัวไม่ได้ เขาเพิ่งออกจากไอซียู ก็คุยกับเขาว่าเป็นหมอทำไมต้องมาป่วย แล้วเป็นระยะสุดท้ายด้วย ครอบครัวเขาอยู่หมด ผมก็เลยบอกว่าอยากช่วยเขา ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ผมลองช่วยได้ดูไหม เขาก็ลอง แต่ขอให้เชื่อว่าและมั่น ผมหยิบน้ำเปล่าหนึ่งขวดที่อยู่ในห้องนั้นออกมาและผมก็อธิษฐานจิต”

“ก็ให้เขาทานน้ำ ผมถามเขาว่าอยากหายมั้ย เขาบอกอยากหาย ก็เลยบอกเชื่อไหมมนุษย์เราเกิดมามีเจ้ากรรมนายเวร เขาก็บอกว่าเชื่อ สำหรับการรักษานอกจากผมจะใช้น้ำแล้วก็ยังต้องมีการเช็กขา ถ้าใช่ขาจะเจ็บ ขาจะยกไม่ได้เหมือนมีคนกด ผมจะถามไปเรื่อยๆ ถ้าใช่ก็ขอให้ขาของคุณนั้นหนักและเจ็บ”

“ผมก็ขอเจ้าที่เจ้าทางก่อนเพราะผมเป็นแขกผู้มาเยือน ก็ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวว่าให้เปิดทิศเปิดทางถ้าเกิดเรามีบุญร่วมกัน สร้างบุญกุศลร่วมกัน ผมก็เสกน้ำไป ซึ่งน้ำก็เป็นน้ำของเขาไม่ใช่น้ำที่ผมถือมา เขาก็กินเข้าไปแล้วก็อาเจียนมันเป็นการขับพิษ พออาเจียนเสร็จเขาก็ลุกนั่งทันที คุณหมอทุกคนที่อยู่ตรงนั้นน้ำตาไหลด้วยความดีใจ หลังจากนั้นผมก็เสกน้ำให้ทานอีกหลายขวด ต้องทานให้สม่ำเสมอตามกำหนด คุณหมอก็ทานแล้วอาเจียน ทั้งถ่ายทั้งอาเจียน แต่ไม่ต้องทำคีโม แล้วหมอก็แข็งแรง เขาไม่ตาย เขาไม่ต้องคีโม เพราะน้ำแค่ขวดเดียว”

“พอเขาแข็งแรงเราก็สั่งให้เขาไปทำบุญ ให้ลูกชายเขาไปบวชให้เจ้ากรรมนายเวร ให้งดทานเนื้อแล้วก็ให้สร้างพระ แค่นั้นเอง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ใช่มาทำให้ผมนะ คุณไปทำกันเอง ผมรักษาให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตอนหลังเขาก็เชิญให้ไปหาที่ลาวและมอบเงินให้ 40,000 บาท บอกว่าอยากจะเอาไปทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ ผมก็เลยเอาไปให้อาจารย์ที่รักษาผมคนแรก เอาเงินไปสร้างพระทั้งหมด”

“ลุง” โคม่าไอซียู ธาตุแตกใกล้ตาย ญาติกรูดูใจเป็นครั้งสุดท้าย รอดได้เหลือเชื่อ
“เคสของคุณหมอลาว ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าทำได้ แต่ก็ไม่ได้ไปประกาศตัวหรือเปิดรับรักษาใคร ยังคงใช้ชีวิตทำงานตามปกติ เป็นจังหวะชีวิตถ้าได้เจอใครได้รักษาก็รักษา ตอนนั้นยังไม่ได้คิดถึงคำที่เคยมีคนทักมาว่าเราจะต้องมาอยู่ตรงนี้ ยังไม่ยอมรับ และก็ได้มีโอกาสไปรักษาคุณลุง(วิมล นันโท) ตอนนั้นกลับไปบ้านที่นครสวรรค์แล้วลุงจู่ๆ ก็เข้าไอซียูติดเชื้อในกระแสเลือด เข้าไอซียูไปครั้งแรกก็รอด แล้วพอออกมาอาการหนักต้องกลับเข้าไปไอซียูใหม่ คราวนี้คุณหมอบอกให้ทำใจก็พากันไปเรียกญาติพี่น้องมาดูใจกัน แม่ก็เลยมาบอกว่า ลุงจะตายแล้วจะลองไหม ไปช่วยลุงดูไหม”

“เราก็เลยลองดู พอผมไปถึงก็ถามลุงว่าเชื่อไหมว่าจะหาย เขาก็บอกว่าเชื่อ กฎข้อแรกของผมคือ ต้องเชื่อ ไม่ต้องเชื่อผม แต่ต้องเชื่อว่าตัวเองจะหาย วิธีการของผมก็คือการเจรจากับเจ้ากรรมนายเวร อย่างของคุณลุงก็จะจุดธูปแล้วก็ไปทำพิธี ตอนนั้นเจ้ากรรมนายเวรก็มารอ เราก็สื่อสารกับเขา บอกเขาเป็นของคุณแล้วนะ ถ้าอยากจะเอาชีวิตเขาไปก็เอาไปเลย แต่ถ้าคุณเชื่อผมนะ คุณจะได้เงินเพิ่มเหมือนเล่นหุ้น ถ้าคุณเชื่อผมคุณได้บุญแน่ๆ ผมก็อธิษฐานขอบุญบารมีของผมในอดีตชาติ ขอต่อให้ผู้ชายคนนี้ได้อยู่ต่ออีก คือไม่ใช่ไม่ตายนะ คือให้อยู่ต่อ ให้เขาได้เชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริง หากเขาตายวันนี้ท่านก็จะไม่ได้บุญอะไรมากมาย แต่ถ้าเขายังอยู่เขาจะเชื่อ เขาจะต้องทำถวายผ้าไตรจีวรร้อยกว่าผืนถวาย”

“ถ้าเขาตายไปก็ไปเกิดใหม่ ท่านก็ตามไปจองล้างจองผลาญกันอยู่แบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องการคืออะไร ให้เขาสำนึกใช่ไหม เดี๋ยวเราจะไปคุยเอง เราก็จะเจรจากับเขาเป็นเหมือนสัจจะที่เรารับรองเจ้ากรรมนายเวร จากที่เขาดิ้นๆ ธาตุกำลังแตก พอเราไปจุดธูปก็หาย อาการค่อยๆ สงบลง”

“ทุกวันนี้คุณลุงก็ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีชีวิตอยู่แต่เปลี่ยนไปเลยนะ จากที่กินเหล้าเรื่อยเปื่อยไปตีกันก็กลับมาเข้าวัดทำบุญ ผมห้ามใครให้ไม่ตายไม่ได้นะ ผมแค่เจรจาต่อรองให้ อธิบายให้เจ้ากรรมนายเวรเข้าใจถ้าคุณไม่ให้โอกาสผมเท่ากับคุณไม่ให้โอกาสตัวเอง คุณก็เป็นแค่ผีตนหนึ่ง บางดวงวิญญาณทรมานร้องห่มร้องไห้ ผมบอกไม่ต้อง อยากได้ชีวิตเขาเอาไปเลย อยากฆ่าฆ่าเลย คุณฆ่าแล้วคุณได้อะไร คุณสะใจ ตายไปมันก็ไปเกิดใหม่ แล้วคุณก็ตามไปเป็นเชื้อโรคในตัวเขาอีกแบบเหรอ ไม่ต้องตามแล้ว เคลียร์ให้ ก็ปรับทัศนคติให้เขาเข้าใจ”

“ถามว่าแก้ได้ทุกครั้งไหม ก็ยังไม่เคยเจอเคสที่ไม่ได้นะ เคยเจอแต่แบบใช้เวลามากกว่ารายอื่นๆ ก็ต้องค่อยๆ ปรับให้เจ้ากรรมนายเวรเล่นงานจนเลือดออกบ้าง อาเจียนบ้าง ให้เล่นงานจนตัวเขาน่ะเชื่อ จนคนที่รักษาเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวรมันก็จะเร็วขึ้น ในการรักษาแต่ละคนใช้เวลาไม่เหมือนกัน บางคนไม่มีพื้นฐานเรื่องธรรมมะจะเข้าใจยาก แต่บางคนมีพื้นฐานเขาจะยอมรับและเข้าใจง่าย อย่างคุณหมอลาวเป็นมะเล็งลำไส้แต่รักษาแค่ครั้งเดียว แต่บางคนต้อง 2 3 ครั้ง การรักษาไม่ได้ง่าย นี่นั่งทั้งวันทั้งคืน ผมไปร้องเพลงกลางคืนผมยังได้เงินมากกว่ามานั่งอย่างนี้อีก แต่มันเป็นหน้าที่เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ”

ดึงเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในร่างผู้ป่วย ออกมา “สิงร่างผู้ป่วย” และพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องการ เพื่อให้ถอดถอนไปซะ ไม่มีการรักษาครั้งไหน ที่ไม่มาสิง!

“เคสที่จะมารักษากับผมได้ต้องเป็นเคสเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในร่างของผู้ป่วยซึ่งก็คือเชื้อโรคนั่นเอง แต่ในบางคนไม่ใช่เคสของเจ้ากรรมนายเวรแต่เป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตในปัจจุบัน การเจรจาก็คือ ผมจะต้องดึงดวงวิญญาณขึ้นมาให้คนป่วย ให้วิญญาณเขาพูดออกมาจากปากคนป่วยว่ามาจากไหน ต้องการอะไร ตั้งแต่ทำมาไม่เคยที่ดึงออกมาไม่ได้ ไม่มีที่ไม่มาสิง เรื่องนี้ผู้ป่วยคงจะตอบได้ดีที่สุด วิญญาณเขาก็พูดๆ ผมก็จะใช้วิจารณญาณเองว่า อันไหนจริง อันไหนไม่จริง เพราะบางอย่างจิตอาจเป็นคนสั่ง เราจะต้องมีคนที่สามที่สี่เช็กด้วย ผู้ป่วยจะต้องมีผู้ติดตามด้วยอย่างน้อยสองคนเพื่อเป็นพยาน”

“วิธีเช็กของผมก็คือ เช็กที่ขา ผมจะถามคำถามแล้วให้คำตอบ ถ้าใช่ขอให้ขาข้างนี้หนักยกไม่ขึ้น ถ้าใช่ขอให้ขาข้างนี้ยกขึ้น ก็จะถามแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้คำตอบ แต่บางทีขาของคนป่วยก็เช็คไม่ได้เพราะจิตเขาสับสน เราก็จะใช้ขาของคนที่มากับเขา ผมก็จะกำหนดจิตให้เชื่อมกันได้ มันเป็นอะไรที่มันซับซ้อน แต่พอรักษาสักครั้งแล้วจะเข้าใจ มันเป็นเรื่องที่ มันไม่ใช่หมอดูที่จะมาบอก”

รักษา “เด็กหญิงอายุ 11 ขวบ” ที่สวิสเซอร์แลนด์ ป่วยเป็นโรคเอสแอลอีหรือโรคพุ่มพวง มีแผลเหวอะค่าเลือดเป็นพิษ 7000 รักษาด้วยน้ำเปล่าจนค่าเลือดลดเท่าคนปกติ แผลแห้ง ปัจจุบันลดปริมาณยาลงจนหมอฝรั่งยังอเมซิ่ง ท้าให้ไปสัมภาษณ์พ่อผู้ป่วยจากสวิสเซอร์แลนด์ได้เลย
“ตอนนั้นผมไปที่สวิสเซอร์แลนด์ก็ไปร้องเพลง แฟนคลับก็พาไปกินข้าว ก็มีน้องคนหนึ่งมีแผลตามลุกลามตามตัว ไตเสียอยู่ในระดับ 4 หมอต้องวางยาสลบเพื่อเอาชิ้นเนื้อข้างในมาตรวจ น้องเป็นคนไทยแต่ไปโตที่นั่น เป็นโรคพุ่มพวง น้องก็เปิดแผลให้ดูเขาทรมานมาก ผมก็เลยบอกว่าเอาอย่างนี้ไหม เชื่อไหมว่าพี่สามารถช่วยได้ เขาบอกว่าเชื่อเราเลยเสกน้ำในนั้นแหละให้กิน เขาก็ทั้งอาเจียนทั้งอ้วกกลางร้านอาหาร เขาก็แบบมหัศจรรย์กลับไปบอกพ่อ พ่อเขาก็เลยอยากให้ลองรักษา เพราะค่าเลือดน้องเป็นพิษ 7000 เขารักษาหมอมา 8 เดือนแล้ว แผลมันก็เหวอะ ลุกลามไปเรื่อยจนเด็กมีอาการอ่อนแรง”

“เราตอบตกลงรักษาให้ฟรี แต่ขอกรณีของน้องเป็นอาจารย์ใหญ่ ต้องให้เราถ่ายคลิปและเผยแพร่ได้เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกคนได้รู้ ก็ทำพิธีและก็ดึงเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในร่างออกมาสิงเด็ก เด็กก็ร้องไห้ลั่น เด็กเมืองนอกอายุ 11ขวบ ไม่เคยเขียนภาษาไทย แต่ในวันที่ทำพิธีเขาสามารถเขียนเป็นภาษาไทยออกมาได้ว่าเจ้ากรรมนายเวรต้องการอะไร ก็รักษาเขาประมาณ 2 เดือน ให้ทานน้ำ แล้วให้เขาทำบุญตามที่เจ้ากรรมนายเวรขอไว้ 4 ครั้ง ครั้งแรกก็คือทำบุญสร้างศาลพระ เงินไม่ได้เข้ามาหาผมเลยนะ ก็ให้พ่อเขาเอาเงินไปสร้างพระที่ไหนก็ได้ พอทำเสร็จครั้งนึงผมก็จะมาถอนพิษให้ครั้งนึง จนครั้งสุดท้ายคือ คุณพ่อต้องไปบวช จากนั้นน้องก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ แผลเขาก็เริ่มยุบ ปกติเด็กคนนี้จะทานสเตียรอยด์ทาน 6 ก็ลดลงเหลือ 0.5 อาการดีขึ้น ค่าเลือดที่เป็นพิษก็ลดลงจนเป็นปกติ ทำให้คุณหมอเริ่มลดยาลงทุกอย่าง ปัจจุบันน้องกลับมาใช้ชีวิตร่าเริงได้อย่างปกติ กินข้าวได้ ไม่เหนื่อย การรักษาของพบต้องควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์ด้วยนะ คุณจะต้องรักษาหมอด้วย เคสของน้องมันเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มาก วิทยาศาสตร์ตอบโจทย์ เลือดตอบโจทย์ แผลน้องก็ยุบกรณีนี้คุณพ่อยินดีให้สัมภาษณ์ตรงจากสวิสเซอร์แลนด์เลย”

เสกน้ำผ่านวีดีโอคอลข้ามทวีปให้ผู้ป่วยกิน
“เมื่อเดือนมกราคมมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเคสหนักเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ผมรักษาผ่านโทรศัพท์ เขาอยู่เมืองไทย ผมอยู่เมืองนอก เขาทราบเรื่องจากคนไข้มีการบอกต่อกัน เขาไม่มีทางเลือกเขาจะตายแล้ว ผมก็ลองให้เขาถือน้ำให้เสียงผมไปถึงน้ำ แล้วผมก็อธิษฐานจิตเสกน้ำผ่านวีดีโอคอล พอผ่านไปอีกวันหนึ่งเขาอาการดีขึ้นมาก ผมก็แบบทางวีดีโอคอลก็ได้ด้วยเหรอ ผมไม่รู้ว่าจะยังไง แต่ผมก็อยากช่วยก็เลยลองดูเพราะเราอยู่ไกลมันทำได้เท่านี้จริงๆ พอเขาดีขึ้นทางญาติก็ส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ผม อยากจะให้ผมกลับมารักษาให้ แต่สุดท้ายญาติเขาก็ไปตีกันเอง เพราะมันมีทั้งฝ่ายที่เชื่อและไม่เชื่อ เขาก็ตีกันเละเทะ ผมก็เลยไม่ได้ไปรักษา ผู้ป่วยก็เสียชีวิต ก็คงเป็นไปตามวาระครับ อาจยังไม่ถึงเวลาของเขาที่จะได้เจอเรา”

ไม่อยากมหัศจรรย์ ไม่อยากเป็นแบบนี้ กลัวโดนด่าว่าหลอกลวงต้มตุ๋น ปฏิเสธที่จะรักษาคนมาตลอด จนเกิดเหตุตนเองป่วยใกล้ตาย เลยต้องลั่นวาจาว่า ถ้าหายแล้วจะอุทิศตัวรักษาคนป่วย ทำให้รอดมาจนถึงทุกวันนี้
“ตอนแรกๆ ผมไม่อยากจะรักษา อยู่ดีๆ มาเสกน้ำรักษาคน เขาคงหาว่าบ้า เราเป็นนักร้องก็อยากร้องเพลง เราเคยทำมาอย่างนี้ คือผมไม่อยากมหัศจรรย์ อยากทำงานร้องเพลงหาเงินธรรมดาก็แล้วช่วยคนอื่นได้บ้าง คือถ้าเราร้องเพลงเรามีเงินไง ใครเป็นไรมาผมก็ช่วยได้เหมือนเป็นการทำบุญ แต่ถ้าเราไปลงเต็มตัวมันก็เหมือนไปหลอกลวงประชาชน กระทั่งมาป่วยหนักมากชนิดที่ผมติดเชื้อทั้งระบบ ช่วงนั้นมีมีคอนเสิร์ตทุกวันเลย ไปฝรั่งเศส ข้ามไปเล่นจนแพ้บุหรี่อย่างมาก อยู่ๆ ก็แพ้ อันนี้เป็นจุดพีค ไปรักษาหมอสวิสฯ ก็ไม่หาย”

“เราป่วยแล้วก็เริ่มอาการหนักขึ้นๆ ไอ มีเสมหะ ติดเชื้อทั้งระบบเลย ไม่คิดว่าตัวเองเป็นขนาดนั้น ไปหาหมอไปอะไรก็ไม่หาย จนอธิษฐานจิตว่า ถ้าเกิดจะให้ผมเป็นจริงๆ หนีไม่พ้นก็ต้องตอบโจทย์ให้ผมด้วย ถ้าผมเปิดตัวไปแล้วผมจะอยู่ยังไง จะกินยังไง จนท่านก็เริ่มให้คีย์มาอันนี้เป็นสิ่งที่เรารับรู้ได้ด้วยตัวเอง และผมก็หายป่วย การมาอยู่ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มันคือหน้าที่”

เมืองไทยเรียก “หญิง” ต่างประเทศรู้จักในนาม “ด็อกเตอร์หริ”
“ชื่อหริแปลว่า น้ำ ในบางภาษาก็แปลว่าผู้ปกป้อง ที่ต่างประเทศเขาจะเรียกกันว่าด็อกเตอร์หริ ที่เรียกด็อกเตอร์ไม่ใช่เพราะผมจบปริญญาเอก แต่เขาเรียกเพราะว่าผมเป็นผู้รักษา ทุกวันนี้ผมก็ยังใช้ชีวิตปกติกินเหล้าเที่ยวเหมือนคนทั่วไป ผมไม่ได้ถือศีล 5 ครบ ถ้าคุณรับได้ก็จงรับให้ได้ คนมาหาผมต้องคิดเยอะเพราะผมเป็นทอม เป็นนักร้อง ไม่มีอะไรเลยที่จะมาสายนี้”

“ผมกลับมาที่เมืองไทยครั้งนี้เพื่อมาเปิดตัวว่าผมทำอะไร เราเป็นคนไทยยังไงก็ต้องกลับมาเมืองไทย มาตอบแทนแผ่นดินไทย ไม่รู้ว่าการที่ผมออกมาพูดครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ได้วาดหวังให้โด่งดัง แต่อยากทำตามหน้าที่ มีเคสที่เมืองนอกติดต่อมาหาผมมากมาย รอที่จะให้ผมกลับไปรักษา และการรักษาที่เมืองนอกถ้าทำแบบจริงจังมันเป็นอะไรที่มหาศาล เพราะเดี๋ยวนี้เมืองนอกเริ่มตื่นตัวกับการรักษาทางเลือกใหม่ๆ”

เตรียมเปิดรักษาฟรีช่วยเหลือคนยากจน
“สิ่งที่ผมคิดไว้คือ จะเปิดรักษาฟรีให้กับคนยากจน ผู้ป่วยที่วิกฤตเป็นเคสที่รักษาไม่หายนอนรอวันตาย เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องมา ผมอยากจะช่วยคนจนคนที่ไม่มีโอกาส ให้เขาได้มีโอกาสได้มาต่อบุญสร้างบุญต่อ ส่วนคนรวยถ้าอยากรักษาต้องเสียตังค์ จะดัง จะเป็นดาราผมก็ไม่รักษาฟรี ผมไม่ต้องการเคสดารามาเพื่อทำให้ตัวเองดัง คุณมีศักยภาพถ้าอยากรักษาต้องมีค่าใช้จ่าย เพราะผมมีทีมงานมีผู้ช่วยที่เอาชีวิตเข้ามาเสี่ยง การรักษาโรคการถอนพิษไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ผมต้องลงยันต์ในห้องที่รักษา และลงยันต์ให้กับคนที่อยู่ในห้องขณะรักษาทุกคนเพื่อไม่ให้มีเอฟเฟค มีหลายครั้งที่ทีมงานจำต้องเข้าไปโดนตัวผู้ป่วย อย่างเคสน้อง 11 ขวบทีมงานไปช่วยอาบน้ำกลับมาบ้านก็มือหงิกเลย บางทีก็เท้าบวมเป็นลูกมะนาว เราก็ต้องมาถอนพิษให้ทีมงานอีก แม้แต่ผมเองกับผู้ป่วยที่ไม่ไหว ผมก็ต้องช่วยดึงพิษเข้าตัวและอาเจียนออกมาแทนเขา”

“ข้อสำคัญการรักษาของผมจะต้องควบคู่ไปกับการรักษากับแพทย์ปัจจุบัน สองสิ่งจะต้องรวมกันทั้งกายและใจ ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยนะ รักษาครั้งหนึ่งใช้เวลา 3-4 ชม. บางรายทั้งวันทั้งคืน ถ้าคนป่วยสู้ผมก็ไม่ถอยเหมือนกัน เต็มที่ 1 วันรักษาแค่ 4 คนก็ไม่ไหวแล้วครับ เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมจะต้องรักษา ทำไมต้องมาเสี่ยงให้คนอื่นว่าต้มตุ๋นหลอกลวง แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า การที่เราได้ช่วยใคร มันเป็นความสุข มันเป็นพลังชีวิตให้เรา ถ้าจะต้องตายผมในวันน้ ก็ขอตายด้วยการช่วยเหลือคน”

เนื้อหายอดนิยม