แจกสูตรเด็ด “คะน้าเม็กซิกันผัดไฟแดง” รสชาติอร่อย โปรตีนสูงกว่าถั่ว ประโยนช์เพียบ

แบ่งปันเรื่องราวมาจากเฟสบุค คุณ สมบัติ สวัสดิ์ผล กับการทำเมนูอาหารประโยชน์ คะน้าเม็กซิกันผัดไฟแดงสำหรับมื้อเย็นนี้ด้วยฝีมือน้องนุกลูกชายคนเล็ก อร่อยล้ำจริงๆฟิวชั่นด้วยหน่อไม้บงหวานกินดิบดูภาพเคลื่อนไหวให้จบนะครับตั้งใจทำมาก ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้จักว่า คะน้าเม็กซิกัน นี่มีประโยชน์เยอะมากแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในการรับประทาน

คะน้าเม็กซิโก, ผักโขมต้น หรือ ชายา (สเปน: chaya) เป็นไม้พุ่มหลายปีชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดในคาบสมุทรยูกาตันของประเทศเม็กซิโก มีลำต้นอวบน้ำซึ่งจะคายน้ำยางขาวออกมาเมื่อถูกตัด ทรงพุ่มมีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร แต่มักถูกลิดกิ่งก้านออกให้สูงประมาณ 2 เมตรเพื่อให้เด็ดใบมาใช้ประโยชน์ง่ายขึ้น ใบกว้าง มีแฉกตั้งแต่ 3 แฉกขึ้นไป คะน้าเม็กซิโกเป็นผักกินใบยอดนิยมชนิดหนึ่งในตำรับอาหารเม็กซิโก กัวเตมาลา และอเมริกากลาง (บริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากตำรับอาหารมายา)

คะน้าเม็กซิโก หรือ “ชายา” น่าจะนำเข้ามาในประเทศไทยไม่ถึง 10 ปี แล้วได้รับความนิยมมากพอสมควร แม้ว่าจะเป็นไม้ต่างชาติแต่ก็มีศักยภาพชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่นิยมมังสวิรัติหรือกินเจ หรือผู้ที่ต้องการลดเนื้อสัตว์ต่างๆ ลง เพราะคะน้าเม็กซิโกมีโปรตีนและแร่ธาตุที่สำคัญสูงกว่าผักชนิดอื่นๆ ปลูกง่าย ไม่มีแมลงรบกวน

คะน้าเม็กซิโกเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน, วิตามิน, แคลเซียม, โพแทสเซียม และเหล็ก และยังเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่จริงแล้ว ใบคะน้าเม็กซิโกยังมีระดับสารอาหารสูงกว่าผักใบเขียวชนิดใด ๆ ที่ปลูกบนดินถึง 2-3 เท่าอีกด้วยอย่างไรก็ตาม ใบคะน้าเม็กซิโกดิบนั้นมีพิษเนื่องจากมีสารกลูโคไซด์ซึ่งจะปลดปล่อยสารพิษจำพวกไซยาไนด์ออกมา จึงจำเป็นต้องทำให้สุกก่อนรับประทาน โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการทำให้สุกเพื่อลดฤทธิ์ของสารที่เป็นพิษให้อยู่ในระดับปลอดภัย การต้มในภาชนะอะลูมิเนียมอาจทำให้น้ำต้มเป็นพิษและก่อให้เกิดอาการท้องร่วงได้

คะน้าเม็กซิโกสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายอย่าง วิธีปรุงดั้งเดิมอย่างหนึ่งในเม็กซิโกและอเมริกากลางจะนำใบไปแช่น้ำแล้วต้มไฟอ่อนประมาณ 20 นาที จากนั้นเสิร์ฟกับน้ำมันหรือเนย นอกจากนี้ยังมีการนำใบที่หั่นและทำให้สุกแล้วไปคลุกข้าวรับประทานกับอาหารรสจัด, นวดผสมกับมันฝรั่งบดแล้วทอด, นวดผสมกับแป้งข้าวโพดแล้วจี่เป็นตอร์ตียาหรือนึ่งเป็นตามัล, ผสมกับมะเขือเทศ หัวหอม ผักชี และพริกหั่นลูกเต๋าทำเป็นเครื่องจิ้ม หรือนำใบอ่อนและยอดอ่อนที่หนานุ่มไปต้มแล้วปรุงรับประทานอย่างผักโขม เป็นต้น

ตามที่สถาบันโภชนการแห่งชาติเม็กซิกัน กล่าวถึงประโยชน์ของ “ผักไชยา”ว่าตามที่สถาบันโภชนการแห่งชาติเม็กซิกัน กล่าวถึงประโยชน์ของ “ผักไชยา”ว่า
– ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต
– ช่วยย่อย
– ช่วยในการมองเห็น สายตาดีขึ้น
– ช่วยบรรเทาริดสีดวงทวาร
– ช่วยลดคอเรสเตอรอล
– ช่วยลดน้ำหนัก
– ป้องกันการไอ
– เพิ่มแคลเซียมให้กระดูก
– ลดอาการคั่ง และฆ่าเชื้อในปอด
– ป้องกันโลหิตจาง โดยเพิ่มธาตุเหล็กให้กับเลือด
– เพิ่มประสิทธิภาพความจำ และการทำงานของสมอง
– สู้กับ โรคไขข้ออักเสบ และ โรคเบาหวาน
ผักไชยาเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน, วิตามิน, แคลเซียม, โพแทสเซียม และเหล็ก และยังเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จริงแล้ว ใบผักไชยายังมีระดับสารอาหารสูงกว่าผักใบเขียวชนิดใด ๆ ที่ปลูกบนดินถึง 2-3 เท่าอีกด้วย  อย่างไรก็ตาม ใบผักไชยาดิบนั้นมีพิษเนื่องจากมีสารกลูโคไซด์ซึ่งจะปลดปล่อยสารพิษจำพวกไซยาไนด์ออกมา จึงจำเป็นต้องทำให้สุกก่อนรับประทาน

สูตรเด็ด : ส่วนผสมสำหรับทำผัดคะน้าเม็กซิกันไฟแดงสำหรับ 2 ท่าน
คะน้าเม็กซิกัน 200 กรัม
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมทุบพอบุบ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ ½ ช้อนชา
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
พริกขี้หนูสดหั่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการและขั้นตอนการทำ
1.เลือกผักคะน้าเม็กซิกันที่สดๆ ยอดใบสีเขียวจากนั้นนำไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำออก

2.จากนั้นหั่นผักคะน้าเม็กซิกันเป็นชิ้นก็ได้หรือหั่นเป็นท่อนๆหรือเด็ดยอด

3.จากนั้นเตรียมเครื่องปรุงรส ได้แก่ ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยป่น กระเทียมทุบพอบุบ พริกขี้หนูหั่น น้ำมันสำหรับผัด

4.จากนั้นนำครื่องปรุงรสทั้งหมด นำมาวางไว้ด้านบนผักคะน้าเม็กซิกันหั่นอีกที

5.จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไปใช้ ใช้ไฟแรงๆ รอจนน้ำมันร้อนจัด เมื่อน้ำมันร้อนจัด จากนั้นให้ใส่ผักคะน้าเม็กซิกันพร้อมด้วยเครื่องปรุงรสลงไปในกระทะ ผัดคนๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันเร็วๆ จากนั้นปิดไฟ พร้อมจัดเสิร์ฟ

6.จัดเสิร์ฟ ผัดคะน้าเม็กซิกันไฟแดงร้อนๆ รสชาติสุดแซบ ๆ อร่อยถูกใจ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือกับข้าวต้มร้อนๆ ก็อร่อยเข้ากัน

7.ผัดคะน้าเม็กซิกันไฟแดงร้อนๆ รสชาติสุดแซบ ๆ อร่อยถูกใจ รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือกับข้าวต้มร้อนๆ ก็อร่อยเข้ากัน

 

เนื้อหายอดนิยม