ปากบอกยังแค่พี่น้อง “ผิง-วิน” แย๊บอนาคตไม่แน่นอน

นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องเป็นเจ้าแม่สายบุญแล้ว ไฮโซสาว “ผิง สุภาวดี ทัพมาลัย” เจ้าของธุรกิจนำเข้าแบรนด์เนม “ร้านคุณผิงหลังการบินไทย” ก็ยังฮอตเรื่องหนุ่มๆ อีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีภาพกุ๊กกิ๊กอยู่กับพระเอกหนุ่ม “เพ็ชร ฐกฤต ตวันพงค์” แถมออกมาบอกว่ามีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ แต่ล่าสุดไฮโซสาวกลับควงนักแสดงหนุ่ม “วิน วาทิต โสภา” เด็กในสังกัดนักปั้นมือทอง “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” ออกงานด้วยกัน แถมมีข่าวเม้าท์ออกมาอีกแล้วว่าจริงๆ แล้วหนุ่มวินนี่แหละตัวจริง เพราะคบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ววิน “ก็สนิทกันครับ ได้มีโอกาสสนิทสนมกันมากขึ้น มีอะไรหลายๆ อย่างที่พี่ผิงได้ช่วยผม ก็สนิทในแบบที่คุยกันได้หมดในทุกๆ เรื่อง เป็นพี่น้องกันครับ คือพูดได้เกือบทุกเรื่อง ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องทางบ้านมากกว่า ผมจะชอบมีปัญหากับทางบ้าน”

ผิง. “คือจริงๆ กับวินเจอกันมาหลายปีแล้วค่ะ เราเป็นเพื่อนมดดำด้วย ทำบุญก็เจอกันบ่อย และวินเขาก็เป็นคนดี กตัญญู เขาเป็นลูกคนโต รักอาม่า รักคุณพ่อคุณแม่ เพราะฉะนั้นเขาก็เหมือนตัวคนเดียว เวลาเขามีอะไรเขาจะปรึกษาเรา วินเขาเป็นสเป็กผู้หญิงทั่วไปอยู่แล้วค่ะ เหล้าก็ไม่ดื่ม บุหรี่ก็ไม่สูบ ทำแต่งานและทำบุญ แต่คนมองภายนอกคิดว่าเขาเจ้าชู้ เพราะเขาหน้าตาดีและเป็นเพลย์บอย แต่เขาไม่มีแฟนนะ เขาก็อยู่อย่างเนี้ย เพียงแต่เราก็สนิทกับเขา เขานิสัยดี มีอะไรเราก็คุยกับเขา เพราะเราก็ไม่ค่อยคุยกับใคร ก็มีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้างค่ะ ส่วนใหญ่ไปทำบุญด้วยกันค่ะ”

วิน. “ไปทำบุญครับ ล่าสุดก็นานมากแล้วนะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เจอกัน สาวๆ เลยไม่กล้าเข้าหามั้ยเหรอ ไม่มีครับ ไม่มีเรื่องนี้ คือเรารู้จักกันก็ไม่เคยคิดเรื่องอย่างนี้เลย ก็ไม่มีใครมาถามอะไรนะครับ อาจจะมีแค่แซวๆ กันเล่น แต่ไม่มีอะไรครับ คือตามสไตล์พี่มดดำน่ะครับ แซวทุกคนที่เข้ามาในชีวิตพี่ผิงแหละครับ เขาก็ไม่ธรรมดา (หัวเราะ)”

ผิง. “คือเราเป็นคนคุยได้ทุกคนมากกว่า เราเป็นคนไม่หยิ่งมั้ง คนอาจจะมองว่าเราหยิ่ง แต่จริงๆ แล้วเราก็เป็นผู้หญิงธรรมดา คือเวลาไปไหนมาไหนอาจจะแต่งตัวแบบนึง แต่ชีวิตปกติเราก็เป็นคนรักเพื่อน ทำบุญ ทำแต่งาน รักครอบครัว นิสัยก็คล้ายๆ กับวิน และวินก็เป็นคนน่ารัก นิสัยดี ถึงอายุเขาน้อยแต่ความคิดเขาโตเป็นผู้ใหญ่ ก็คิดว่าถ้าเรามีโอกาสช่วยเหลืออะไรเขาบ้าง เหมือนเราเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันเราก็ยินดีจะช่วยเขา ทุกวันนี้ก็เป็นเพื่อนกันน่ะค่ะ”

วิน. “ถามว่ากลัวข่าวนี้จะทำให้ฮอตน้อยลงมั้ย ไม่หรอกครับ เพราะเราไม่ได้มีอะไร เราคิดดีทำดี ไม่ได้ไปทำความเสียหายให้ใครอยู่แล้ว ผมว่าคนดูเป็นคนตัดสินครับเรื่องผลงานว่าจะมีคนดูน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น”

ยืนยันความสัมพันธ์แค่พี่น้อง แต่อนาคตไม่แน่
ผิง. “ก็เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันค่ะ แต่ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้วในอนาคต เพราะเราเองก็ยังไม่ได้มีแฟน เพราะฉะนั้นมันก็มีโอกาสอยู่แล้ว ก็ไม่แน่นอนว่าอนาคตจะเป็นแฟนกับใคร ก็ไม่ได้เกี่ยวกับวินน่ะค่ะ คือวินก็เหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่าค่ะ ไม่มีใครรู้อนาคตได้”

วิน. “อนาคตก็ไม่มีอะไรแน่นอนครับ แต่ก็ยืนยันว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไร เป็นพี่น้องกัน”

ผิง. “ไม่แปลกหรอกค่ะ เป็นผู้หญิงเนอะ เจอคนดีๆ แล้วชอบก็ไม่เห็นแปลก แฟนคลับก็ยังชอบได้เลย เห็นแฟนคลับเยอะแยะ เราก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับ ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็ไม่ได้ตัดโอกาสหนุ่มคนอื่นค่ะ ถ้าใครดี คือไม่ต้องรวยก็ได้ จนก็ได้ ขอใหัเข้ากันได้มากกว่า ไม่เกี่ยวกับฐานะ ไม่เกี่ยวกับวัย ไม่เกี่ยวกับเพศทั้งสิ้น แม้แต่เพศหญิงด้วยกันถ้าเขาดีเราก็คบได้”

วิน. “นี่ไงผมถึงบอกว่าเป็นที่ปรึกษาได้จริงๆ เพราะพี่ผิงเป็นคนที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง แล้วเขาก็ไม่ได้แค่แคบๆ ครับ เขาบอกกว้างมาก ที่เหลือเราก็ไปเรียนรู้ต่อยอดเอาเองว่าเราควรจะทำยังไง เรียบเรียงตัวเองยังไง ที่ผ่านมาพี่ผิงก็ได้ช่วยให้คำปรึกษาผมเยอะ แล้วผมก็ได้ใช้ชีวิตไม่ประมาทมากขึ้น พยายามวางแผนชีวิตตัวเองมากขึ้น พี่ผิงเป็นคนแบบนี้แหละ แล้วผู้ชายที่ไหนจะพลาดได้ยังไง (ยิ้ม) ก็ขายของให้ไงว่าอย่าพลาดนะครับ ถ้าเจอผู้หญิงอย่างนี้ แต่ผมเป็นพี่น้องกันครับ (ยิ้ม) เป็นพี่น้องแบบนี้ดีแล้ว มันยืนยาวกว่า”

ผิง. “แสดงว่าอดีตเคยคิด (ยิ้ม)”

วิน. “เปล่าครับ คือจะบอกว่าความสัมพันธ์จะเป็นยังไงผมว่ามิตรภาพอย่างนี้มันดีที่สุดแล้ว คบกันแบบเป็นพี่น้องกัน ปรึกษาได้ทุกเรื่อง สบายใจกว่า ไม่ว่าผมจะเข้าไปหาพี่ยังไง มันหมดจดมาก ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องครับ”

บอกกับ “เพ็ชร ฐกฤต” ก็เป็นอีกคนที่สนิท รับเป็นเจ๊บุญทุ่มจริง แต่ก็ทุ่มกับทุกคน
ผิง. “กับเพ็ชรก็เหมือนทำงานด้วยกันค่ะ ตอนนั้นกับวินก็ทำบุญด้วยกันบ่อย เจอกันบ่อย เราเองก็เป็นเพื่อนพี่เอ ศุภชัยอยู่แล้ว เพื่อนเราในวงการก็เยอะ วินเขาก็เป็นเด็กในสังกัดพี่เอ เราเองก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันน่ะค่ะ กับเพ็ชรก็เหมือนกัน ส่วนที่ว่าซื้อของให้คือเป็นคนให้ทุกคนอยู่แล้วค่ะ”

วิน. “พี่ผิงเป็นคนที่ชอบไปไหนมาไหนแล้วซื้อของฝากไง ไม่มีไม่ได้”

ผิง. “ถามว่าเป็นของมีราคามั้ย พอดีเป็นคนไม่ได้สนใจในราคาสักเท่าไหร่ สนใจในค่าของของมากกว่าค่ะ คือราคาก็ควรจะเหมาะกับคุณค่าของคน เราคิดแบบนี้ คนมีค่าเราก็ต้องให้ของที่มีค่าและมีราคาและหายากจะบอกว่าเป็นเจ๊บุญทุ่ม ก็ทุ่มทุกอย่าง ทำบุญก็หนักมากค่ะ เพราะโครงการทุกโครงการที่ทำ สร้างศาลา สร้างโบสถ์ ทำคนเดียวเลย เราควักเงินเรื่องบุญค่อนข้างเยอะมากๆ ไม่ใช่ว่าให้คนโน้นคนนี้ในแค่สิ่งของ แต่กับวัด มูลนิธิการกุศลทุกอย่างเราก็ให้หนักเหมือนกัน แม้กับเพื่อนสนิทเราทุกคนเราก็ให้หนัก เรามีให้เราก็ให้ ไม่รู้ว่าจะหวงทำไม”

เนื้อหายอดนิยม